www.BestbookSmile.com

เว็บบอร์ด

30/01/2010เวลา 21:11เข้าดู: 200ตอบ: 2
หัวข้อ : ตัวอย่างนิยาย เล่ห์รักปีศาจทะเลทราย โดย Naughty Boy
รายละเอียด : บทนำ



เท้าบอบบางกำลังเตะน้ำในแหล่งน้ำเล็กๆ ของโอเอซิสเย็นฉ่ำเกินพอสำหรับอากาศร้อนสูงถึง 45องศาเซลเซียส ช่วยดับความร้อนที่เผาไหม้ผิวขาวเนียนอมชมพูได้เป็นอย่างดี ผมสีน้ำตาลปนทองหยักศกซอยสั้นเป็นลอนเปียกแนบศีรษะทุยเล็ก ดวงตาสีทองเต้นระริกอย่างมีความสุข แก้มใสแดงเปล่งปลั่งเพราะอากาศที่ร้อนจัด



“ทะเลทรายมันร้อน แต่ใครจะไปคิดว่ามันร้อนขนาดนี้ล่ะ พี่เอิร์ทมาเล่นน้ำด้วยกันสิ”



“พ่อบอกแล้วก็ไม่ยอมฟังรั้นจะมาให้ได้... ไงล่ะร้อนตับแลบแสบทรวงแบบนี้ ขนาดเดินออกมาข้างนอกยังแทบจะเกรียมเป็นตับย่าง” เอิร์ทประชดประชัน ใบหน้าเบื่อหน่ายของพี่ชายทำให้สาวน้อยหน้ามุ่ยทันทีกับข้อกล่าวหา



“ตั๋วฟรีพร้อมที่พักโรงแรมระดับห้าดาวเลยนะคะพี่เอิร์ท... ใครปฎิเสธก็โง่แล้ว!!! พ่อก็อยู่ที่อังกฤษนานๆ จะกลับบ้านสักที จะให้แซนด์รอพ่อพาไปเที่ยวหรือ... ฝันไปเถอะ!! แซนด์ขอเล่นน้ำให้ชุ่มปอดหน่อยน้า”

ร่างบางถอดเสื้อคลุมสีดำตัวหนาออกวางไว้บนหินก้อนใหญ่ เผยให้เห็นเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้าสดด้านในที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ แนบกับเรือนร่างเต็มอิ่มได้สัดส่วนงดงาม



ใบหน้าคร้ามคมของพี่ชายต้องเบือนหน้าหนีไปจากภาพยั่วยวนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ดูเหมือนอุณหภูมิข้างนอกจะร้อนสู้ภายในตัวเขาไม่ได้เสียแล้ว



“ตามสบาย... พี่ไปเอนหลังหน่อยเล่นน้ำเสร็จก็ปลุกพี่แล้วกันจะได้กลับโรงแรม”



สาวน้อยค่อยๆ ลดตัวลงสู่กระแสธารเย็นฉ่ำ ดวงตากลมโตปิดเปลือกตาลงเมื่อสัมผัสกับความสบายที่ได้รับ... ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับนักเดินทางในทะเลทรายอย่างแท้จริง... ท่ามกลางความร้อนระอุแผดเผากลับมีโอเอซิสแสนงดงามโอบล้อมด้วยต้นไม้แปลกตา เธอวักน้ำใสเย็นขึ้นมารดใบหน้า หยดน้ำไหลลงสู่เสื้อผ้าฝ้ายโปร่งใสจนเห็นเนื้อนวลรำไร ร่างบอบบางเย้ายวนในชุดเปียกแนบเนื้อ



หมับ!!!



“ว้าย อู้ๆๆ” เอวคอดถูกรวบไว้ด้วยแขนแข็งแรงทรงพลังเพียงข้างเดียว เสียงกรีดร้องหายไปกับฝ่ามือใหญ่ที่ตะปบลงมาบนเรียวปากอวบอิ่ม เรือนร่างเปียกชุ่มแนบไปกับช่วงลำตัวแข็งแกร่งของคนข้างหลัง หญิงสาวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ... อันตรายก้าวย่างเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง



เมื่อเธอถูกหมุนร่างไปเผชิญหน้ากับผู้ร้าย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังเพิ่มความน่ากลัวให้กับร่างสูงใหญ่เป็นเท่าตัว เธอเห็นเพียงแต่ดวงตาคมกริบสีดำราวรัตติกาลที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับริมฝีปากกระด้างที่ประทับลงมาแนบสนิท



แซนด์พยายามส่ายหน้าไปมาเพื่อหลบริมฝีปากร้อนผ่าว แต่มือแข็งก็ล็อกใบหน้าหวานซึ้งไว้ บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยจูบร้อนแรง ดูดกลืนความหวานและเติมเชื้อไฟเร่าร้อนให้เธอเดือดพล่านในสายธารเย็นฉ่ำ



ร่างแข็งทื่อเมื่อครู่กำลังอ่อนระทวยลง ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง เธอทั้งตื่นตกใจและวาบหวิวในช่องท้อง ไม่เคยมีใครเคยล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของความหวานราวน้ำผึ้งแห่งนี้...



ฝ่ามือใหญ่โลมเล้าผิวเนื้อเนียนนุ่มแทบจะทุกตารางนิ้ว.... ปลายนิ้วหยาบกระด้างสำรวจที่ผิวอ่อนบางหลังใบหู ลำคอระหงที่เขาแทบจะหักมันได้ด้วยมือเดียว ผ่านบ่าบอบบางลากลงมาถึงแผ่นหลังที่มีเพียงผ้าเนื้อบางเปียกแนบลำตัวปกปิดความงดงามของเธอไว้



แต่ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจเพียงแค่สัมผัสผ่านผ้าเปียกชื้นนั่น ความหยาบกระด้างที่เธอรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสอ่อนไหวที่แผ่นหลังสร้างความซาบซ่านรัญจวนใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่เธอก็ไม่รู้ว่าร่างกายตัวเองจะอ่อนไหวได้ถึงเพียงนี้...



เสียงครางแผ่วหวานดังขึ้นท่ามกลางไฟปรารถนาที่ลุกโชนราวกับไฟไหม้... ลำตัวบอบบางแอ่นโค้งหาความแข็งแกร่งกำยำเหมือนแม่เหล็กที่ดูดเข้าหากัน... เธอหลงใหลมัวเมากับกล้ามเนื้อตึงแน่นงดงาม และผิวกายร้อนผ่าวกำลังหยอกล้อกับร่างกายส่วนหน้าของเธออยู่ เขารัดอ้อมแขนทรงพลังและยกตัวเธอลอยขึ้นกระทั่งหน้าอกอวบอิ่มห่างจากใบหน้าแกร่งกระด้างเพียงแค่ปลายลิ้น... แรงจุมพิตที่เนินอกแผดเผาจนเธอแทบลุกเป็นไฟ



หญิงสาวเกาะต้นแขนเปลือยเปล่าไว้อย่างต้านไม่อยู่กับกระแสอารมณ์อันเชี่ยวกราก... มันพัดพาเธอเข้าสู่ห้วงความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักกับชายแปลกหน้าที่สวมเพียงแค่กางเกงผ้าสีดำเกาะสะโพกเพรียวแกร่ง ซ่อนความเป็นชายแข็งขึงไว้ภายใต้ผ้าผืนบางเท่านั้น



“ไม่ ไม่ ปล่อยฉัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแทบไม่เป็นภาษา

เรียวปากสั่นระริกกับรสจูบเร่าร้อนดูดดื่ม... ทำให้เธอสั่นเทาเพราะความต้องการในตัวเขา ชายปริศนากลืนกินเธอช้าๆ เหมือนเสือดำกำลังหยอกล้อกับกวางน้อยเนื้อหวาน เธอแทบไหม้เกรียมไปพร้อมกับเปลวไฟพิศวาสที่โหมกระหน่ำเรือนร่างทั้งสองไว้



เสื้อผ้าที่แนบติดผิวกายถูกถอดปลิวหายไปโดยไม่รู้ตัว ร่างขาวโพลนท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่โลมลูบผิวกาย รูปร่างงดงามไร้ที่ติกำลังอวดแก่สายตาคมกริบของเขา



“ฉันฟังภาษาเธอไม่เข้าใจ พูดอังกฤษสิ” เสียงแหบพร่านุ่มนวลเกินกว่าที่จะเป็นของผู้ชายเถื่อนแปลกหน้าคนนี้ ดังเพียงแค่กระซิบ ลมหายใจอุ่นปะทะใบหูเล็กจนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ



“ปล่อยฉัน”



ร่างกายเธอมีปฎิกริยากับทุกสัมผัสที่ลากผ่านบนผิวเนื้อขาวผ่องเย็นชื้น เสียงหอบหายใจกระชั้นซึ่งเธอเพิ่งรับรู้ว่าเป็นของตัวเอง แซนด์ควบคุมอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง



แขนแข็งแกร่งกระชับเรือนร่างบอบบางแนบชิดกับกำแพงเลือดเนื้อ เธอแทบจะแทรกเข้าไปในแผ่นอกของเขา หนวดเครากระด้างกำลังรุกรานที่ผิวเนื้ออ่อนที่ต้นคอ หิวกระหาย ป่าเถื่อน และน่าหลงใหล



“เธอหมดโอกาสตั้งแต่เธอมายืนที่นี่แล้ว ฮาบิบที่” เขาก้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนใบหูนิ่ม กัดทึ้งด้วยฟันแข็งและขบมันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะที่ใช้ลิ้นเปียกชื้นสร้างสัมผัสที่ยากจะลืมให้กับเธอ



“ไม่!!!”



ความหฤหรรษ์รัญจวนพุ่งเข้าใส่ท้องน้อยเธอรุนแรง มือหยาบกร้านกดสะโพกเต่งตึง... ฝังใบหน้าคมเข้มลงไปลิ้มรสชาติหอมหวาน ชายแปลกหน้าพลิกลิ้นโลมเลียราวกับเธอคือของหวานแสนอร่อย

เขาดันร่างเปลือยราบไปบนพื้นทรายข้างสระน้ำ เล็บที่จิกลึกลงบนไหล่ทั้งสองข้างเหมือนเล็บของลูกแมวตัวน้อย แต่มันกลับสร้างความสุขบนแผ่นหลังกว้าง



เธออยากสัมผัสเขา อยากแตะต้องเรือนกายแข็งแกร่งกำยำ ลิ้นและปลายนิ้วเชี่ยวชาญทำลายความไร้เดียงสาของเธอจนหมดไม่เหลือซาก เธอต้องการเขาอย่างไร้ข้อกังขา เสียงเล็กๆ กรีดร้องครวญครางดังขึ้นเป็นระยะ

แต่ไม่มีใครสักคนเข้ามาขัดจังหวะบทพิศวาสเร่าร้อนในครั้งนี้

นิ้วมือเรียวเล็กเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผงอกสีแทนสวยตลอดทั้งเรือนร่างใหญ่ยักษ์ ขนหยิกบนแผงอกหนุ่มแน่นเกาะกอดปลายนิ้วให้ความรู้สึกอยากลูบไล้... กล้ามเนื้อมัดสวยที่หน้าท้อง มือเล็กเลื่อนไปยังเอวสอบรับกับสะโพกแกร่งแน่น เธอสัมผัสเนื้อแท้ของความเป็นชาย ทั้งใหญ่โตดุดันอย่างน่ากลัว



“อย่า ทำ แบบ นั้น” เขาเตือนถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น



ดวงตาปิดแน่นซึมซาบรสมือนิ่มนวล ทรมานทุกครั้งที่เธอเลื่อนมือน้อยไปมา เขาจูบเธออย่างเร่าร้อน ดึงตัวเองออกจากอุ้งมือเล็กที่กอบกุมเขาเอาไว้ เลื่อนตัวเองไปยังจุดหมายที่ต้องการ....

เรือนกายใหญ่โตดันเข้าไปในความชุ่มชื้นอันร้อนระอุยิ่งกว่าส่วนที่ร้อนที่สุดในทะเลทราย รัดรึงแทบขาดใจ เต็มใจพรักพร้อมด้วยสายธารรักเข้มข้นน่าปรารถนา ชายแปลกหน้าทาบทับเธอไว้... แต่ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้เธอแม้แต่น้อย มีเพียงแต่ส่วนที่เชื่อมประสานกันเท่านั้น ที่มันทั้งเสียวซ่าน สุขสมเพราะการเคลื่อนไหวสะโพกของเขา



“ใช่ค่ะขยับแบบนี้ ใช่อา...”



ร่างกายทรยศกำลังรับความสุขเต็มที่จากร่างหนาหนักที่บดขยี้ลงมา เริ่มจากเชื่องช้า และกลายเป็นเร่งเร้าดุดันจนสะโพกเธอยกลอยขึ้นรับแรงกระแทกจากเขาอย่างเต็มใจ



ไม่เคยมีความสุขเท่าครั้งนี้มาก่อน เมื่อเขาเป็นฝ่ายพลิกเธอให้นอนคว่ำลงกับผืนทราย ร่างเล็กจึงได้รู้ว่าความสุขหฤหรรษ์มากมายกำลังรอเธออยู่ที่ปลายสายรุ้ง โดยมีผู้ชายหน้าตาเถื่อนๆ คนหนี่งปรนเปรออย่างสุขสันต์



“ได้โปรดอีกนิดเดียวเท่านั้น”



แซนด์กำลังจะคว้าสายรุ้งตรงหน้า ร่างกายสะท้านเกร็งไปทั้งตัว ทันใดนั้นเองความกำยำก็ถูกถอนออกไปช้าๆ จนเธอนอนทรุดลงบนพื้นทรายอ่อนนุ่ม













“กรี๊ดดดด ไม่น้า… อ๊า.... ไม่อย่าหยุดสิ!!!”



เสียงหอบหายใจกระชั้นราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งแข่งร้อยเมตรมาหยกๆ หญิงสาวผุดลุกขึ้นมานั่งอย่างมึนงง ร่างกายกำลังตื่นตระหนก ซาบซ่าน ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ และโหยหาสัมผัสแสนหวานอย่างปฎิเสธไม่ได้

ทรวงอกเคร่งครัดปวดร้าวเพียงแค่ถูกลูบไล้แผ่วเบาของชุดนอนเนื้อนิ่ม... ดวงตากลมโตยังคงปิดสนิทอยู่ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ รับแสงเจิดจ้าที่ผ่านเข้ามาในห้องนอน แล้วปิดตาลงอีกครั้ง ร่างเล็กทิ้งตัวลงอย่างแรงบนเตียงนอนกว้างสีครีมนุ่มสบายสมกับราคาค่าห้องสูทแพงหูฉี่



“บ้าไปใหญ่แล้วไอ้แซนด์ แต่งนิยายจนเพ้อเลยหรือไง อดอยากขนาดนี้ต้องหาแฟนสักคนละมั้งแก” เสียงพึมพำปนตลก แต่ทว่าแหบพร่าด้วยอารมณ์หลากหลายที่ยังไม่จางหายไปจากความฝันแปลกประหลาดนั่น แก้มแดงร้อนฉ่าด้วยความเขินอาย



ทำไมฝันถึงได้รู้สึกเหมือนจริงอย่างนี้ เธอรู้สึกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ยังคงสั่นสะท้าน... เพียงแค่บดเบียดเรียวขาทั้งสองเข้าหากันก็จะรู้สึกถึงความสุขหอมหวานราวกับเพิ่งผ่านเกมรักมาสดๆ ร้อนๆ



“ให้ตายเหอะหนวดนั่นมันแข็งชะมัด... ถ้าฉันเจอนายเมื่อไหร่จะจับโกนซะให้เหี้ยนเลย” คราวนี้กลายเป็นว่าเธอกำลังหัวเราะเบาๆ และสนุกกับจินตนาการอีตาแขกหนวดเฟิ้มในสภาพหน้าเหี้ยนเกลี้ยงเกลา

เขาจะหล่อไหมน้า กรี๊ด... ยัยแซนด์บ้าไปแล้วแก



“ฮึ่ม!! ถ้าไม่หล่อล่ะน่าดูนะ ฮ่าๆๆ”

ดวงตากลมโตเริ่มพราวระยับไปด้วยความขบขัน ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ เสริมให้ใบหน้าหวานงดงามราวกับภาพวาด

แซนด์ นางสาว รตีกานต์ เนลสัน ลูกสาวท่านทูตไทยประจำประเทศอังกฤษ ปัจจุบันดำรงชีวิตเป็นนักเขียนนิยายรักไส้แห้ง มีพี่ชายรวยล้นฟ้าเป็นคนดูแลเธอที่เมืองไทย ทั้งหวงและห่วงเธอยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ซะอีก...



ส่งผลให้เธอต้องเป็นโสดขึ้นคานทองตั้งแต่อายุยังไม่เต็มยี่สิบสองดี ดำรงสถานภาพคนไม่มีแฟนมาจนถึงวันนี้.... แต่ไม่ใช่เพราะความหวงและห่วงของพี่ชายหรอกนะ



เหตุผลที่แท้จริงมันคือไม่มีผู้ชายคนไหนเหนือกว่าพี่เอิร์ทของเธอเลยสักคนต่างหาก การอยู่กับพี่ชายที่แสนเลิศเลอเพอร์เฟกมานานส่งผลให้เธอมองผู้ชายคนอื่นเป็นหัวเผือกหัวมันไปซะหมด แทนที่จะมองเป็นเพศตรงข้ามน่าเสน่หา.... เฮ้อ.... ถ้าคิดจะหาคนที่ดีเลิศกว่าพี่เอิร์ท เธอคงต้องขึ้นคานไปยันตายแน่ๆ



ก๊อกๆๆ



“แซนด์ตื่นหรือยัง” เสียงห้าวทุ้มดังมาจากหน้าประตูห้อง



“ค้าๆๆ พี่เอิร์ท ตายยากจริงๆ เล้ยพี่ฉัน” ท้ายประโยคเธอกระซิบกับตัวเอง หญิงสาวในชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวราวกับนางชีกระโดดลงจากเตียง ไปเปิดประตูให้พี่ชายที่หน้าห้องสูท คราวหน้าเธอจะจองห้องเล็กๆ จะได้ไม่ต้องเดินไกลให้เมื่อยแบบนี้ ห้องนี้มันกว้างชะมัดเลย



“สายแล้วแซนด์ไหนบอกว่าจะออกไปดูทะเลทรายกันแต่เช้า...” เธอเดินกลับไปล้มตัวลงบนเตียงอีกรอบ ตะแคงหันหน้ามาทางพี่ชายสุดหล่อที่ยืนจังก้าอยู่ข้างเตียง ใบหน้าลูกครึ่งยุโรปของพี่กำลังเปล่งพลังเบื่อหน่ายส่งมาให้เธอ



“ก็แซนด์เพลียนี่ เมื่อวานไปเดินซื้อของที่ระลึกก็ร้อนซะเหลือเกิน กลับมาก็สลบแล้วเจ้าค่ะ ใครจะไปอึดถึกแบบพี่ล่ะ” เธอย่นจมูกพร้อมกับเบ้ปากให้พี่ชาย



ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างเตียง ยกมือใหญ่โยกศีรษะเล็กที่นอนอยู่ไปมาอย่างเอ็นดู นัยน์ตาสีน้ำเงินเปล่งประกายประหลาดออกมา แต่มัน

ก็หลุบลงเสียก่อนที่น้องสาวคนสวยจะเห็นมันเสียก่อน



“เมื่อวานใครบอกว่าเวลานอนจะนอนเมื่อไหร่ก็ได้ มาเที่ยวทั้งทีต้องเที่ยวให้คุ้มไง” แซนด์ปัดมืออ่อนโยนของพี่ชายออก ลูบผมสั้นๆ ของตัวเองให้เข้าทรง



“หัวยุ่งหมดแล้วผมยิ่งหยิกๆ อยู่ พี่เอิร์ทนะทำไมแซนด์ไม่เห็นเหมือนพี่สักอย่าง ตัวก็เล็ก หน้าก็ไท้ไทย แล้วผมยังมาหยิกน่าเกลียดแบบนี้อีก”

เธอจับปอยผมหยิกม้วนเป็นลอนขึ้นมาดู พร้อมกับทำปากยื่นแบบไม่พอใจกับสภาพผมหยักศกของตัวเอง แม่เธอเป็นคนไทยแท้ แต่พ่อเป็นลูกครึ่งไทย – อังกฤษ เธอเองได้ใบหน้าไทยแท้มาจากแม่ แต่พี่ชายกลับมีหน้าตาออกไปทางฝรั่งจ๋าจนเธออิจฉา



“ใครบอกน้องพี่น่ารักมากต่างหาก แต่มันหลบในอยู่ลึกไปหน่อยเลยไม่มีใครเห็น ฮ่าๆๆ” พี่เอิร์ทหัวเราะได้น่ามอง แต่ส่วนมากไม่ค่อยมีใครได้เห็นหรอก นอกจากหน้าบูดบึ้งของเขาเท่านั้น



“พี่เอิร์ทบ้า นี่แน่ะๆๆๆ ว่าเขาขี้เหร่ใช่ไหม ตายซะ!!” คนตัวเล็กกว่าไม่เจียมสักนิด เธอยกเท้าขึ้นมาเตะพี่ชายแบบโกรธๆ เอิร์ทจับข้อเท้าเล็กๆ อย่างรำคาญแล้วลากมาใกล้ๆ ตัวเขา ลดตัวลงมาเกือบชิดร่างที่นอนอยู่ สบตาเธออย่างคาดโทษ



“เตะพี่มันบาปไม่รู้หรือไง ระวังจะโดนเอาคืนบ้างนะ”



“พี่รังแกน้องจะฟ้องพ่อคนใจร้าย มาว่าเค้าก่อนนี่... ชิ!!! ใครจะไปหล่อเหมือนตัวเองล่ะ” เธอไม่ชอบที่นัยน์ตาเขาสีน้ำเงินเข้มจัดมันดูโดดเด่นมากเมื่อมาอยู่บนโครงหน้าแบบยุโรปที่เป็นเลือดของพ่อ จมูกโด่งกับริมฝีปากสีแดงสวยจนผู้ญิงอิจฉาซึ่งหนึ่งในนั้นมีเธอรวมอยู่ด้วย มิหน้ำซ้ำสีผมของเขายังดำสนิท รูปร่างก็สูงใหญ่แบบนักกีฬา ดูคมเข้มและทรงพลังผิดกับเธอ... ตัวเล็กกว่าพี่ชายตั้งเยอะ สีผมกับสีตาก็เป็นสี

อ่อนไปทางแม่ซะมากกว่ายังดีที่มีดั้งโด่งพอให้ไม่อายชาวบ้านเขา



“ไปอาบน้ำซะแล้วจะได้ย้ายก้นไปเที่ยวอย่าชักช้าไม่งั้นโดนทำโทษแน่”



“ออกไปเลย แบร่ๆ พี่เผด็จการ” เธอทำท่าผลักอกพี่ชาย แต่ร่างเขากลับดีดตัวออกมากระทันหันไม่ทันที่มือน้อยจะได้สัมผัสแผ่นอกเขาด้วยซ้ำ

หัวใจกำลังเต้นแรงกระหน่ำในอกกว้างของเขา ผู้เป็นพี่รีบตีหน้าขรึมเดินตรงดิ่งไปที่ประตูห้อง



“อีกยี่สิบนาทีพี่จะมารับ ให้เร็วล่ะ” ประตูถูกปิดตามอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจอีกรอบ แล้วคว้าเสื้อคลุมขนหนูเตรียมเดินเข้าห้องน้ำ

ก็อกๆๆ ก็อกๆๆ



“อะไรอีกล่ะคุณพี่” แซนด์เดินไปกระชากประตูออก มันน่าหงุดหงิดกับเสียงเคาะระรัวอย่างไร้มรรยาท



“อุ๊บ” ผ้าสีขาวผืนใหญ่ถูกตะปบลงมาบนครึ่งปากครึ่งจมูกของเธอแบบไม่ให้ตั้งตัว ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือกลุ่มผู้ชายในชุดคลุมอาหรับสองคน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิท





ลิงค์ :
ผู้ตั้งหัวข้อ : Best book smile
ตัวอย่างนิยาย เล่ห์รักปีศาจทะเลทราย โดย Naughty Boy
ความเห็นที่ 130/01/2010เวลา 21:13
รายละเอียด : Chapter 1 ปีศาจทะเลทราย



แซนด์รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นไก่อบ... รถออฟโรดบุโรทั่งไร้เครื่องปรับอากาศ กำลังวิ่งผ่านทะเลทรายยามเที่ยงฝ่าแสงแดดร้อนราวกับอยู่ในนรก พวกนี้ไม่ใช้เส้นทางที่เป็นถนนแบบปกติ แต่กลับฝ่าแนวเขตทะเลทรายที่ร้างผู้คนแทน

ลำคอแห้งผากเพราะขาดน้ำมานานหลายชั่วโมง เธอแทบไม่มีเสียงที่จะเปล่งออกมาด้วยซ้ำ หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาจากฤทธิ์ยาสลบที่พวกมันใช้ ก็พบว่าตัวเองอยู่บนรถอันอบอ้าวทั้งมือ เท้า และปากถูกมัดไว้ด้วยผ้ากลิ่นน่าสะอิดสะเอียนกับความเหม็นเน่าของมัน ร่างกายถูกยัดลงไปในกระสอบป่านเก่าๆ ป้องกันแดดที่ส่องเข้ามาในรถที่ฟิล์มกรองแสงสีดำหลุดลอกออกเกือบจะหมดทั้งคันแล้ว

น้ำตาที่ไหลออกมาในตอนแรกมันเหือดแห้งไปกับแสงอาทิตย์จนหมดสิ้น หัวใจดวงเล็กๆ หวาดกลัวในชะตากรรมของตัวเอง อยากรู้นักว่าพวกมันจับตัวเธอมาทำไม ผู้ชายสองคนแต่งตัวแบบชาวพื้นเมืองของที่นี่ ทั้งร่างถูกผ้าคลุมสีดำปิดไว้มิดชิดป้องกันรังสีแรงกล้าของแสงแดด มันส่งภาษาอารบิกที่เธอฟังไม่เข้าใจเป็นบางครั้ง พวกมันทำกริยาราวกับเธอเป็นนางทาสก็ไม่ปาน

อามาซาจน์ ประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลางที่เธออยากเดินทางมาตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้ว หลังจากได้รับนิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่ง เธอหลงใหลกับภาพความงดงามของทะเลทรายตั้งแต่แรกเห็น และฝันก็เป็นจริงเมื่อเธอได้รับเชิญให้มาเยือนประเทศนี้เพื่อเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยวในต่างประเทศของนิตยสารชื่อดัง ซึ่งแน่นอนล่ะเธอรีบตะครุบข้อเสนอดีๆ แบบนี้แทบไม่ทัน

ก็ในเมื่อเธอเป็นแค่นักเขียนนวนิยายเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นนักเขียนคอลัมน์นิสต์ชื่อดังอะไรเลย แต่โชคดีที่นิตยสารฉบับนี้ให้เธอเขียนออกมาในแนวนวนิยายของการเดินทาง ทำให้เธอไม่ตะขิดตะขวงใจสักนิดที่จะตอบตกลง พร้อมกับเกี่ยวคอพี่ชายที่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังมาพักผ่อนกับเธอด้วย

“พี่เอิร์ท” เธอกำลังคิดถึงพี่ชายจับหัวใจ ตั้งแต่จำความได้ข้างกายจะมีพี่ชายคนนี้อยู่กับเธอเสมอ ทุกยามที่เธอเดือดร้อน ไม่สบายใจ หรือเป็นทุกข์ เขาจะรู้หรือเปล่าว่าน้องสาวตัวเล็กของเขาต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้

ตะวันใกล้จะตกดินแล้วรถจอดหยุดนิ่ง แซนด์พยุงตัวขึ้นจากท่านอนคุดคู้อยู่ที่เบาะหลังเก่าๆ มองไปรอบข้าง

“โอเอซิสพักกันที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปที่ค่าย” คนตัวผอมสูงที่นั่งข้างเธอมาตลอด ใบหน้าถูกปิดมิดชิดด้วยผ้าสีดำ ลากตัวเธอลงมาจนเธอหล่นตุ๊บไป กองอยู่ที่พื้น ร่างกายปวดระบมไปหมดเพราะอยู่ในท่าเดิมเกือบทั้งวัน ความอ่อนเพลีย หิวกระหายเพราะขาดน้ำทรมานเธอแทบขาดใจ ริมฝีปากอิ่มเป็นขุยแตกระแหง ตัวร้อนจัดเหมือนจะเป็นไข้

“แม่จ๋า... พ่อ”

“ผู้หญิงนั่นพูดอะไร” เสียงคนขับที่เพิ่งก้าวลงจากรถถามเพื่อนที่ยืนมองเธอนอนกองอยู่ที่ผืนทราย

“ไม่รู้สิคร่ำครวญหาพ่อล่ะมั้ง” ไอ้คนตัวสูงกว่าลากกระสอบที่มีตัวเธอผ่านผืนทรายร้อนระอุ ก่อนที่จะได้สัมผัสกับร่มเงาของต้นปาล์มสูงใหญ่อยู่ด้านในเข้าไปในโอเอซิส

“เฮ้ยมีคนอยู่ว่ะซาอุล” ชายร่างผอมตะโกนบอกเพื่อน จ้องมองชายสองคนที่จับจองพื้นที่บางส่วนในโอเอซิส

“ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคนต่างชาติแบบแม่สาวนี่หรอก” สำหรับอามาซาจน์ชาวต่างชาติคือสิ่งต้องห้ามสำหรับประเทศปิดเล็กๆ แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหญิงสาวที่ไม่มีคนติดตามเช่นเธอ

เสียงม้าแว่วมาทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นจากฝุ่นทรายที่เพิ่งนอนคลุกกับมันมาเมื่อครู่ และเธอก็ได้พบกับดวงตาดำใหญ่บนใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครา นั่งอยู่บนโขดหินริมแหล่งน้ำ เธอหลับตาลงชั่วครู่ถ้าภาพตรงหน้ามันหายไปเธออาจจะยังเชื่อว่ามันเป็นภาพลวงตาเพราะอาการขาดน้ำของเธอ

ผู้ชายในความฝันของเธอเมื่อเช้า

แต่เขายังอยู่ตรงหน้าเธอ ผู้ชายในชุดคลุมอาหรับสีดำทั้งชุด เขาตัวใหญ่มาก ดูดุร้ายเหมือนเสือดำตัวใหญ่ ทรงพลังและกำลังหิวกระหาย กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขา ศีรษะเล็กส่ายไปมาอย่างหมดหวัง เพราะต่อให้นายหน้าหนวดคนนี้มาช่วยเธอจากไอ้โจรสับปะรังเคพวกนี้ มันคงทำให้สถานการณ์ของเธอเลวร้ายมากขึ้นแน่นอน

ถ้าไอ้พวกที่จับเธอมาเป็นโจรห้าร้อย นายยักษ์นั่นก็ต้องเป็นโจรห้าแสน

เธอเห็นผู้ชายอีกคนมายืนใกล้ๆ ชายชุดดำเขาดูเหมือนคนทั่วไปขึ้นมาหน่อย จะต่างไปก็ตรงบุคลิกและใบหน้าที่ดึงดูดสายตา เขาพอจะเป็นความหวังที่แสนริบหรี่ของเธอได้หรือเปล่านะ ดูเหมือนมันคงยากเต็มทีที่ทั้งสองคนจะยื่นมือเข้ามาช่วยผู้หญิงต่างชาติเช่นเธอ

“เฮ้ย!! แกลืมให้น้ำคู่หมั้นชีคซาร์ฟาราซทั้งวันเลยนี่หว่ายะห์ซิน ถ้าผู้หญิงคนนี้ส่งไม่ถึงมือท่านล่ะก็แกกับฉันต้องแห้งตายอยู่ในทะเลทรายแน่ๆ” คนตัวเตี้ยตะโกนบอกเพื่อนโจรอย่างหงุดหงิด มันเป็นคนขับรถมาตลอดทาง ไม่มีโอกาสหันมาสนใจแม่ตัวประกันด้านหลัง จึงไม่รู้เลยว่าตัวประกันสาวมีสภาพย่ำแย่แค่ไหน

“เออ.. กำลังจะให้อยู่นี่ไง แกรีบๆ จัดการธุระส่วนตัวเหอะเร็วเข้าอีกสองชั่วโมงกว่าจะถึง” ยะห์ซินใช้กระติกน้ำตักน้ำในสระเล็กๆ มาจ่อริมฝีปากเธอไว้

เธอรับน้ำที่ไหลลงมาจากกระติกน้ำอย่างหิวกระหาย น้ำหกใส่เสื้อนอนผ้าฝ้ายสีขาวที่อยู่ในกระสอบ มันมองร่างบอบบางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“แม่สาวต่างชาตินี่สวยว่ะ ฉันชักไม่อยากจะพาแม่นี่ออกไปตอนนี้ซะแล้ว” มือของมันยื่นมาแตะต้องที่ลำคอของเธอและทำท่าจะล้วงลึกลงไปกว่านั้น แซนด์รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายกลิ้งตัวหนีมือน่าขยะแขยงนั่น

“แกโดนฆ่าแน่ถ้าทำแบบนั้น” ซาอุลเดินมาปัดมือคู่หูออกจากตัวเธอ และเป็นคนลากเธอไปที่รถอีกครั้งหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้ม อากาศร้อนแห้งแล้งเริ่มเย็นลง

นัยน์ตากลมโตจ้องมองที่ชายแปลกหน้าในชุดดำอย่างอ้อนวอน... น้ำตาหยดเป็นทางลงมาอาบแก้มมอมแมม เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่ขบแน่น เธอไม่กล้าร้องไห้เพราะพวกมันตบเธอไปสองครั้งจนปากแตก เมื่อเธอส่งเสียงสะอื้นรอดออกไปตอนอยู่บนรถ

ร่าง เล็กถูกจับโยนไปบนเบาะหลังรถอีกครั้ง เธอนอนนิ่งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาอย่างหมดหวัง... แซนด์พยายามกลั้นสะอื้นจนแทบหายใจไม่ออกรอรับชะตากรรมที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ ... ผ่านไปนานเกือบนาทีทุกอย่างยังคงเงียบสนิทไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ ไม่มีแม้แต่เสียงบิดลูกกุญแจสตาร์ทรถด้วยซ้ำ

“ไอ้คนนี้จับมันไปแล้วทำให้มันสารภาพว่าใครเป็นคนบงการ”

ชายชุดดำตัวใหญ่ทำตัวราวกับออกคำสั่งมาทั้งชีวิต คมมีเงาวับเปื้อนเลือดถูกปาดออกอย่างลวกๆ กับเสื้อของโจรคนที่เพิ่งลวนลามผู้หญิงไปเมื่อครู่ เขาเก็บมันเข้าฝักเหน็บไว้ที่เอว ที่จริงเขาไม่น่าใจร้อนถ้าปล่อยให้มันอยู่ มันจะต้องทรมานจนกระทั่งเรียกร้องหาความตาย

ประตูรถถูกเปิดออกใบหน้าสุดท้ายที่แซนด์เห็นเมื่อครู่กำลังยื่นเข้ามา แขนแข็งแรงยกร่างเธอออกมาจากรถปลดกระสอบป่านที่ห่อตัวเธอเอาไว้ เหลือเพียงชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวเปียกน้ำเป็นหย่อมๆ ที่บริเวณหน้าอก

“ยืนไหวไหม” น้ำเสียงนุ่มหวานหูเกินกว่าที่จะเป็นของผู้ชายใบหน้าดุร้ายแบบเขา เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงนุ่มนวลราวกำมะหยี่ ใช่อย่างน้อยเธอก็ฟังเขาพูดรู้เรื่อง

แซนด์ใช้ความพยายามอย่างมากในการทรงตัว แต่มันกลายเป็นการยืนพิงอกกว้างของเขาแทน ผ้าผูกปากถูกแก้ออกเป็นอย่างแรกตามด้วยมือและขาเป็นที่สุดท้าย เธออ้าปากขับไล่ความระบม ท่อนขาอ่อนแรงยืนไม่อยู่ ร่างเล็กถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างกับเป็นกระสอบนุ่น เดินตรงดิ่งไปที่ม้าอาหรับสีดำตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา

แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของโจรคู่หูที่ลวนลามเธอเมื่อครู่ ใบหน้าขาวซีดลงกว่าเดิม เริ่มรู้สึกว่ากำลังดีใจเก้อ ร่างน่าขยะแขยงของมันนอนคว่ำอยู่บนพื้นทรายมีรอยปาดที่คอด้วยมีดคมกริบเลือดไหลออกมาซึมลงไปบนพื้นอย่างรวดเร็ว เธอผงะด้วยความตกใจ แต่ไม่มีเสียงพอที่จะร้องออกมา กลิ่นคาวเลือดจะเรียกพวกสัตว์กินซากออกมาในไม่ช้า เพียงไม่กี่ชั่วโมงร่างไร้วิญญาณก็จะเหลือแค่โครงกระดูก

สติเธอลางเลือนมากขึ้นทุกที ความปวดเมื่อยตัวรุมเร้าปวดศีรษะแทบจะระเบิดออกมา เธอตกอยู่ในอ้อมกอดทรงพลังบนม้าอาหรับตัวใหญ่สีดำสนิท ถูกห่อตัวด้วยผ้าเนื้อหนานุ่มสีดำป้องกันร่างกายจากแสงแดดและฝุ่นทราย ดวงตากลมโตปิดสนิทลงอีกครั้งและไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาง่ายๆ

ชีวิตเธอกำลังยืนบนเส้นด้ายที่บอบบางกว่าเดิม และด้านล่างก็มีใบมีดคมกริบรอเสียบร่างเธออยู่หากพลาดตกลงไป การมาเยือนดินแดนทะเลทรายแห่งนี้จะเปลี่ยนวิถีชีวิตเธอไปตลอดกาล







ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานทันสมัยในห้องหนังสือกว้างเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดย่อม รายล้อมไปด้วยหนังสือทรงคุณค่านับหมื่นเล่ม มันเป็นเพียงพื้นที่น้อยนิดในพระราชวังทามิมแห่งนี้

“ข่าวนั้นมันออกไปได้ยังไง!!! ไอ้พวกสวะมันไปรู้เรื่องบ้าๆ อะไรมาอีก ผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือจะมาเป็นคู่รักของชีค ซาร์ฟาราซ อับดุล ซาริฟ”

เสียงกราดเกรี้ยวเพิ่มความน่ากลัวให้ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา ดวงตาดำคมกริบที่ใครได้สบตาด้วยก็แข้งขาสั่นด้วยความหวาดกลัว ชีคซาร์ฟาราซ อับดุล ซาริฟ เขาสลัดคราบโจรทะเลทรายเมื่อเย็น มาอยู่ในชุดประจำชาติผ้าไหมสีครีมด้านใน และคลุมด้วยผ้าทอสีเขียวขี้ม้า ชีคหนุ่มชอบที่จะใส่ชุดประจำชาติที่เหมาะกับอากาศร้อนมากกว่าชุดแบบสากลของพวกตะวันตก เขายังคงความดุดัน และน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็นไว้เช่นเดิม

“มันคงได้จากพวกขายข่าวมั่วๆ หรือมันอาจจะดักฟังได้ครับชีค” จาลิลลูกน้องคนสนิทอยู่ในชุดประจำชาติเช่นกัน ยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์การอำนวยความสะดวกครบครัน ใบหน้าหล่อเหลาค่อนข้างตึงเครียด แต่ความมีเสน่ห์แบบหาตัวจับยากสามารถเรียกความสนใจได้จากผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในรัศมีของเขาได้

“จาลิล ตรวจค้นทั่วทุกซอกทุกมุมของวัง แม้แต่มดสักตัวก็อย่างให้เล็ดรอดไปได้ ฉันไม่ต้องการให้ไอ้พวกหลืบไรตัวไหนมันรู้การเคลื่อนไหวของฉันอีก” ใบหน้ากระด้างอ่อนโยนขึ้นชั่วครู่เมื่อมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะ ก่อนจะปิดหน้าจอพับลงมา

“ครับแล้วผู้หญิงที่ท่านพามาจะให้จัดการอย่างไรหรือครับ”

“ไม่ใช่เรื่องของนายจาลิล อ้อ... ช่วยไปจัดการเรื่องนี้ให้ด้วยภายในสิบนาทีนี้” ชีคหนุ่มโยนซองกระดาษไปที่หน้าโต๊ะทำงาน ลูกน้องคนสนิทเปิดซองดูก่อนที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ได้ครับท่านทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในวันนี้”

“ดี...” ชีคซาร์ฟาราซเดินออกจากห้องหนังสืออย่างคนใจร้อน ปล่อยให้จาลิลเริ่มจัดการตามคำสั่งผู้เป็นนายตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเดินออกไป



กลิ่นอายอันตรายของผู้เป็นเจ้าของพระราชวังทามิมทำให้บรรดาสาวใช้ขยับตัวกันอย่างอึดอัด พวกเธอทั้งสี่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นพรมหนานุ่มสีเขียวอ่อน ในห้องสีหวานจัดตกแต่งด้วยผ้าหลากสีสันตามสไตล์การตกแต่งแบบอาหรับ เครื่องเรือนเก่าแก่งดงามที่ยังคงสภาพไว้เหมือนตอนที่ท่านปู่ของเขายังมีชีวิตอยู่ ฮาเร็มฉบับดั้งเดิมที่ตอนนี้เพิ่งได้เปิดใช้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ชีคซาร์ฟาราซได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพระราชวังทามิมแห่งนี้

“เธอเป็นอย่างไรบ้าง”

“ยังคงไม่รู้สึกตัวเลยค่ะชีค” ไอริณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เธอไม่เคยคุยกับท่านชีคซาร์ฟาราซตรงๆ ด้วยซ้ำ กิตติศัพท์ความดุร้ายของเขาทำให้ทุกคนในวังต่างหวาดกลัวและยำเกรง

ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมที่เขาได้รับแทนบิดาที่ปลดเกษียนตัวเอง ด้วยวัยเพียงสามสิบห้าปีเท่านั้น ความเด็ดขาด มีวินัยและเก่งกาจแบบหาตัวจับยาก ทำให้สามารถควบคุมทหารทุกเหล่าทัพให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาได้อย่างไม่ยากเย็น

“หมอมาหรือยัง” ชีคหนุ่มนั่งลงบนเตียงกว้างที่ยกสูงจากพื้นเพียงเล็กน้อย เต็มไปด้วยหมอนผ้าหลากสีสันกระจัดกระจาย ผ้าม่านโปร่งบางถูกยกขึ้นเปิดไว้ด้านหนึ่ง เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากมนกระแสร้อนผ่าวออกมาจากตัวหญิงสาวที่นอนอยู่ ใบหน้าเขาเริ่มทำให้คนในห้องรู้สึกว่าพายุทะเลทรายกำลังก่อตัวขึ้นในห้อง

“มะมะ.. มาตรวจอาการแล้วค่ะ บอกว่าผู้หญิงคนนี้มีอาการขาดน้ำ และเป็นไข้แดดให้ยาไว้รับประทานแล้วก็จะมาตรวจใหม่วันพรุ่งนี้ค่ะ”

“ฉันสั่งว่าให้ดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด!!! แล้วหมอกลับไปได้ยังไง มันไม่อยากมีหัวอยู่บนบ่าแล้วใช่ไหม?? ไปตามกลับมาเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการให้หมออยู่ประจำที่วังจนกว่าเธอจะหายเป็นปกติ และถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไปฉันจะโยนศพพวกเธอทั้งหมดให้ฝูงแร้งมันกิน ออกไป!!!” เสียงตวาดดังขึ้นจนทำให้บรรดาข้ารับใช้ถึงกับสะดุ้ง ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ต่างรีบลนลานเดินออกจากห้องพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองจะไม่มีเงาหัวเสียแล้ว

ชีคซาร์ฟาราซประคองใบหน้าซีดเซียวไว้ในอุ้งมือใหญ่สีแทน ตัดกับผิวสีขาวราวกระดาษของหญิงสาว นัยน์ตาดำคมกริบกำลังไล่พิจารณาสาวน้อยรูปร่างบอบบาง ด้วยแววตาที่ไม่เคยมองหญิงใดมาก่อน... นิ้วมือเล็กนิ่มถูกคลึงอย่างเบามือที่สุด แต่สัมผัสจากฝ่ามือหยาบระคายก็ทำให้ร่างเล็กขยับนิ้วมือเหมือนรำคาญ เขายื่นมืออีกข้างไปสัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลปนทองที่นุ่มราวกับเส้นไหม ชวนให้คิดถึงผิวเนื้อใต้ชุดคลุมสีขาวสะอาดว่ามันจะน่าลูบไล้เพียงใด เพียงแค่หัวใจเขาเต้นกระหน่ำผิดปกติ

ดวงตากลมโตกำลังปิดสนิทเพราะพิษไข้ เขานึกถึงนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่เอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำตา นึกสาสมใจแล้วที่ไอ้เศษสวะลูกกระจ๊อกตัวนั้นมันขาดใจตายด้วยคมกริชของเขา

“ยินดีต้อนรับสู่อามาซาจน์ลูกแมวน้อย... ขอพระอัลลาห์ทรงคุ้มครอง” ริมฝีปากกระด้างก้มลงจุมพิตที่เรียวปากสีซีดแผ่วเบา ชีคหนุ่มตัดใจเดินออกมาจากห้องก่อนที่ร่างกายจะทำบางอย่างออกไปเพราะไม่อาจหักห้ามใจได้

เขาขอให้พระเจ้าคุ้มครองเธอ แต่ไม่มีใครสามารถคุ้มครองเธอจากชีคซาร์ฟาราซได้สักคน



ปฐวีกานต์ เนลสัน รอน้องสาวคนสวยร่วมชั่วโมง เดินกระสับกระส่ายไปมาในห้องสวีทหรูหรา ห่างจากห้องของน้องสาวไปเพียงแค่สองห้องพักเท่านั้น ก่อนที่ต่อมความอดทนจะแตกพล่าน ต้องขึ้นไปตามบนห้องอีกครั้ง ทั้งที่ไม่อยากจะเหยียบย่างไปให้เป็นพิษกับหัวใจสักเท่าไหร่

เขารู้ตัวว่าทุกวินาทีที่ผ่านไปแทบไม่มีกำลังใจที่จะสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเองอีกแล้ว สาวน้อยที่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็กสร้างความรู้สึกดีๆ เกินกว่าคำว่า ‘พี่น้อง’ เสมอมา ทั้งที่เขาใช้ความพยายามมาทั้งชีวิตเพื่อท่องคำนี้ให้เข้าสู่สายเลือด แต่ดูเหมือนมันจะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุที่เขาหายใจออกมาเท่านั้น

เจ้าของเรือนร่างสูงเพรียวหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องพักในโรงแรมหรู เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนยกมือขึ้นเคาะประตู

ก็อก ก็อก…

“ทำไมประตูเปิด... สะเพร่ามากแซนด์ถ้าถูกพวกมิจฉาชีพทำอันตรายขึ้นมาจะรู้สึก” ผู้เป็นพี่ชายรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ขายาวย่ำเข้าไปในห้องสูทราคาคืนละหมื่นดอลลาร์พร้อมกับความกังวล

“แซนด์... แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยหรือยัง ปล่อยให้พี่รอนานจนจะหลับไปอีกรอบแล้วนะเรา” เอิร์ท ไม่กล้าที่จะเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในห้องนอนของเธออีก เพราะเขาเคยมีประสบการณ์กระชากใจมาแล้ว จากภาพสุดระทึกของสาวน้อยที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กห่อร่างอรชรไว้เพียง หมิ่นเหม่จนไม่อยากจะถอนสายตา มันยังเป็นต้นเหตุทำให้เขานอนฝันถึงภาพนี้ไปเป็นอาทิตย์ และในฝันมันดีความความจริงเยอะเชียวล่ะ

เมื่อไม่มีเสียงตอบชายหนุ่มจึงก้าวเข้าไปยังห้องนอน กวาดสายตาไปทั่ว ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกไม่มีร่องรอยของการถูกใช้ เตียงนอนยังคงยับยู่ยี่แสดงว่าเมทยังไม่เข้ามาทำความสะอาด แล้วแซนด์หายไปไหน??

“แซนด์....... แซนด์...... แซนด์.... แซนด์..” เสียงเรียกดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงเริ่มเดินพล่านไปทั่วห้องสูท เปิดประตูทุกบาน ทุกซอกทุกมุมของห้อง ไม่มีแม้แต่เงาของเธอ

“แซนด์ถ้าเธอเป็นอะไรไป....” เอิร์ทออกมาจากห้องด้วยสีหน้าร้อนรน หัวใจราวกับถูกบีบจนเจ็บปวด... ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องร้ายแรงกับแม่น้องสาวตัวเล็กของเขาเลย



ชายต่างชาติใบหน้าเด่นสะดุดตาเดินวนไปวนมาในล็อบบี้โรงแรมอย่างกระวนกระวาย โทรศัพท์มือถือถูกกดเบอร์สถานทูตประจำประเทศอังกฤษครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากปลายทาง

เขาตามหาน้องสาวตัวน้อยแทบจะทุกซอกทุกมุมทั่วทั้งโรงแรม และบริเวณข้างเคียงที่คิดว่าเธอน่าจะไป จวบจนพระอาทิตย์ตกดินเขากลับมาดูที่ห้องสูทอีกครั้งด้วยความหวังอันแสนริบหรี่ว่าจะได้เห็นแม่น้องน้อยยืนยิ้มต้อนรับเขาอยู่ในห้อง แต่มันก็มีเพียงแค่ธาตุอากาศ ทำให้เขาทรุดตัวลงกับพื้นห้องอย่างหมดหวัง นัยน์ตาร้อนผ่าวในหัวสมองมีแต่เรื่องร้ายๆ ผุดขึ้นมา เหตุการณ์น่ากลัวสารพัดสามารถเกิดขึ้นได้กับหญิงสาวสวย โดยเฉพาะแม่น้องน้อยที่น่ากินนักสำหรับพวกหมาป่าในนี้

เมื่อสามปีที่แล้วอามาซาจน์เป็นประเทศปิดที่ไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ที่ยึดติดอยู่กับค่านิยมของคนชนชั้นกษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์ จนเพิ่งมีการเปิดประเทศ แต่ก็ยังเคร่งครัดในการตรวจคนเข้าเมือง หญิงสาวชาวเอเชียที่เข้าประเทศมาเพียงคนเดียวจะถูกมองว่าเป็นโสเภณีที่เข้ามาขุดสมบัติที่นี่ ประชาชนที่เป็นเพศหญิงจะต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของผู้ชายเท่านั้น ไม่มีผู้หญิงสติดีคนไหนที่จะเดินทางในประเทศนี้คนเดียวโดยไม่มีสามี ญาติ หรือเพื่อนที่เป็นผู้ชายพาไปด้วย

“ปัดโธ่โว้ย!!! นี่มันวันเสาร์ เบอร์มือถือพ่อมันเบอร์อะไรล่ะ” เอิร์ท ปฐวีกานต์ เนลสัน นักธุรกิจเจ้าของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ใหญ่ติดอันดับหนึ่งในห้าของอาเซียน แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เขาต้องการมันจะมีเลขาคอยจัดหามาให้ แต่ไม่ว่าจะโทรศัพท์ยังไงแม่เลขาตัวแสบก็ไม่รับสายสักที

“วันนี้วันหยุดสถานทูตไทยที่นี่ก็คงปิด ใจเย็นๆ สิเพื่อน... นายต้องใจเย็นๆ ไม่งั้นจะหาแซนด์เจอได้ยังไง ใช่ต้องแจ้งตำรวจ” ชายหนุ่มรีบเดินทางไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้โรงแรมที่สุด

แต่มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นสักนิด ตำรวจทำหน้าตาเหนื่อยหน่าย แถมยังพูดภาษาอังกฤษได้งูๆ ปลาๆ จนเขาต้องจ้างล่ามแถวนั้นมาแปลให้และได้รับคำตอบว่า ‘พวกเราจะตามหาน้องสาวคุณให้’ พร้อมกับส่ายหัวอย่างเซ็งๆ แล้วก็ไล่เขาออกมาจากสถานีตำรวจหรูหราเกินหน้าโรงแรมห้าดาวในไทยบางที่ซะอีก ช่างน่าประทับใจจริงๆ ประเทศนี้

“เฮ้... เดี๋ยวก่อนคุณ”

ตำรวจคนเดิมหนวดเคราเต็มหน้า พาร่างใหญ่อุดมไปด้วยไขมันวิ่งตัวกระเพื่อมมาหาเขาอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังเกิดสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ

ฉับ!!

กุญแจมือสีเงินเงาวับกดฉับลงมาบนข้อมือเขาทั้งสองข้าง ใบหน้าตื่นตะลึงจ้องมองนายตำรวจคนนี้อย่างตกใจ

“เราได้รับแจ้งว่าคุณเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายของอามาซาจน์ ผมจำเป็นต้องส่งตัวคุณกลับประเทศทันทีที่พบ”

“คุณล้อเล่นหรือ” เอิร์ทใจหายวาบกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเขาเข้ามาโดยมีพาสปอร์ตและวีซ่าที่ขอมาอย่างถูกต้อง

“ไม่มีการล้อเล่นที่นี่มิสเตอร์ เราจำเป็นต้องส่งคุณกลับประเทศภายในวันนี้กรุณาอย่าขัดขืน ไม่งั้นคุณจะต้องถูกขังคุกที่นี่และรอศาลตัดสินในฐานะพวกลักลอบเข้าประเทศ” ข้อมือเขาถูกจองจำอิสรภาพ และกำลังถูกส่งออกนอกประเทศ โดยที่แซนด์ยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จิตใจเขากำลังถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัว หวันวิตกว่าจะไม่ได้พบหน้าน้องสาวอีกแล้ว

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!! ต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ผมเข้ามามีพาสปอร์ตและวีซ่าที่ถูกต้องแน่นอนไม่งั้นผมผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้ยังไง หรือว่า ต.ม. ของที่นี่มันห่วยแตก” เขาพยายามขัดขืน แต่ถูกล็อกตัวไว้อย่างแน่นหนาด้วยตำรวจตัวใหญ่อีกสองคนที่เข้ามาสมทบ เอิร์ทหลับตาลงเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างหมดหวัง มันต้องมีคนเล่นตลกกับเรื่องนี่แน่ๆ

“เราขอเชิญคุณออกไปจากอามาซาจน์ มิสเตอร์ ปฐวีกานต์ เนลสัน และคุณจะไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว”







ศีรษะหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหิน แขนขาไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับสักนิด ร่างเล็กส่ายศีรษะไปมา... พยายามดิ้นรนให้ร่างกายพ้นพันธนาการของผ้าห่มหนาที่ทาบตัวเธอไว้

“วันที่สี่แล้ว... ถ้าคุณยังไม่ฟื้นผมจะจับไอ้หมอไร้น้ำยานั่นไปเป็นอาหารฉลามซะ“ เสียงนุ่มกระซิบที่ข้างหูจนเธออยากจะลืมตาขึ้นมาเพื่อมองใบหน้าผู้เป็นเจ้าของเสียง

“น้ำ...” หลอดดูดน้ำจ่อที่ริมฝีปาก เธอรับมันอย่างหิวกระหายลำคอแห้งผากค่อยชุ่มชื้นมีน้ำหล่อเลี้ยงขึ้นมาบ้าง คราวนี้นัยน์ตากลมโตค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ ปรับภาพพร่าเลือนให้ชัดเจนขึ้น และสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าส่งให้เธอร้องกรี๊ดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง

“คุณเป็นใคร” เธอพูดด้วยภาษาของตัวเอง... ก่อนที่จะพิจารณาผู้ชายที่นั่งเอนพิงหมอนอยู่ข้างตัวเธอเมื่อครู่ เขาตัวใหญ่มากจนเกือบจะกลายเป็นยักษ์ในสายตาเธอ แต่งกายด้วยชุดอาหรับยาวกรอมเท้าสีครีมปิดถึงคอ มีเข็มกลัดพลอยสีเขียวมรกตรูปวงรีฝีมือละเอียดงดงาม บ่งบอกถึงฐานะผู้เป็นเจ้าของ ผมตรงยาวระคอแทบไม่เป็นทรงเท่าไหร่นัก ยิ่งใบหน้าถูกซ้ำเติมด้วยหนวดเครารกเรื้อราวกับมหาโจร เพิ่มความน่ากลัวให้เขาอีกสิบเท่า

“คุณเป็นใคร” คราวนี้เธอเปลี่ยนเป็นถามด้วยภาษาอังกฤษ ร่างเล็กที่เพิ่งฟื้นไข้ถอยร่างออกมา หนีไออุ่นจากตัวเขาเพื่อความปลอดภัย ประสาทกำลังตื่นตัวจากสัญญาณอันตรายที่เธอรู้สึกได้

แซนด์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย กรอกตาไปรอบๆ ห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา หลากสีสันจนน่าเวียนหัว เสื้อผ้าแปลกตาที่อยู่บนร่างกายเธอนี่อีก เป็นชุดปิดเนื้อตัวมากที่สุดเท่าที่เธอเคยใส่มา ชุดเดรสยาวถึงข้อเท้าแขนยาวจรดปลายมือ แต่ผ้าเนื้อบางมากจนเห็นผิวเนื้อรำไร มิหนำซ้ำเธอยังตื่นมาพบกับใบหน้าโจรห้าร้อยที่ไม่รู้ผุดมาจากไหนนั่งอยู่ข้างตัว แต่ความรู้สึกคุ้นตาทำให้เธอจ้องหน้าเขาแทบไม่วางตา

“ยังปวดหัวอยู่หรือ” เขาเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากเธอ แต่หญิงสาวกลับผงะตัวออกมาจนตกเตียงลงไปที่พื้นพรมนุ่ม ผู้ชายคนนี้เขาช่วยเธอไว้จากสองโจรลักพาตัว และเขาก็เป็นผู้ชายคนเดียวกับในฝันของเธอเช่นกัน

“อุ้ย!! บ้าชะมัด รู้สึกเจ็บแบบนี้ก็ไม่ใช่ฝันสิ” เธอคลำหัวที่ฟาดลงไปบนพื้นพรมไม่แรงนัก วินาทีต่อมาร่างเธอก็ถูกอุ้มลอยขึ้นไปวางไว้บนเตียงกว้างเช่นเดิม ปลายนิ้วเขาอ้อยอิ่งอยู่ที่ต้นขาอ่อนแบบไม่ให้เจ้าตัวรู้สึก ก่อนที่จะปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด ส่วนตัวเองเบียดลงไปนั่งที่ริมเตียงประชิดร่างเธอ จนรับรู้ถึงผิวเนื้อร้อนผ่าวของเขา

มันทำให้เธอรู้สึกชีวิตน่าหวาดเสียวพิกล ขนาดยังมึนหัวด้วยพิษไข้แต่เธอก็ยังรับรู้ถึงแรงดึงดูดทางเพศที่แผ่กระจายมาจากผู้ชายคนนี้ หญิงสาวหดขาขึ้นมากอดเข้าไว้อย่างปกป้องตัวเอง

“คุณ... ใช่แล้วฉันเจอคุณที่โอเอซิส แล้วคุณก็แบกฉันขึ้นไปบนหลังม้าตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ต้องขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตฉันไว้สินะ เอ่อ... ขอบคุณมากๆ นะคะ” มือเรียวยกขึ้นพนมไหว้เขาแบบไทยพร้อมกับก้มศีรษะลงเพื่อขอบคุณเขา

“ไม่เป็นไรมันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว” ดวงตากลมโตเงยหน้ามองเขาด้วยความฉงน เป็นคำถามว่าหน้าที่อะไรกัน

“ผมชีคซาร์ฟาราซ อับดุล ซาริฟ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอามาซาจน์ และต้องขอโทษคุณด้วยที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในประเทศของเราทั้งที่กฎหมายเข้มงวดมาก บัญญัติโทษไว้รุนแรงถึงขั้นประหารสำหรับพวกโจรลักพาตัว แต่ก็ยังเกิดขึ้นโดยเฉพาะมาเกิดกับชาวต่างชาติเช่นคุณแบบนี้ด้วย มันจะทำให้ชื่อเสียงของเราเสื่อมเสีย หวังว่าคุณคงไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่น”

อ้อ... ช่วยอย่างไม่บริสุทธิ์ใจ ฉะนั้นเธอก็ไม่ต้องซาบซึ้งมากก็ได้ใช่ไหม เขาช่วยเพราะหน้าที่ไม่ได้มาจากใจจริงสักหน่อย ไม่ว่าไปประเทศไหนๆ ความจริงใจมันหาได้ยากยิ่งกว่าทอง

สิ่งที่เธอคิดได้ตอนนี้ก็คือเธอต้องติดต่อพี่ชายเป็นอันดับแรก พี่ที่หวงน้องสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อย่างเขาไม่รู้ว่าป่านนี้จะอกแตกตายไปแล้วหรือยัง ขนาดเธอไปติวหนังสือแล้วค้างบ้านเพื่อนแค่วันเดียว ตอนเช้าเขายังไปจ่อราชรถที่บ้านเพื่อนตอนหกโมงเช้าแบบไม่บอกล่วงหน้า ไม่รู้หวงน้องหรือจะจับผิดน้องว่าไปบ้านเพื่อนจริงหรือเปล่ากันแน่

“ค่ะฉันต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยากให้คุณช่วยติดต่อกับพี่ชายฉันให้หน่อยค่ะ ป่านนี้เขาคงเป็นห่วงแย่แล้ว”

“ผมติดต่อไปให้แล้วตั้งแต่พาคุณมาที่วัง... การหาชาวต่างชาติในอามาซาจน์ไม่มีอะไรยาก แต่เหมือนเขาจะมีธุระด่วนเลยรีบกลับประเทศไปก่อน ฝากบอกคุณว่าให้คุณเดินทางตามไปทีหลัง” แววตาเขาเปล่งประกายดุดันขึ้นมาทันใดที่เธอพูดถึงพี่ชาย แล้วมันก็เปลี่ยนเป็นราบเรียบเช่นเดิม

“คุณโกหก!!! พี่เอิร์ทไม่มีทางทิ้งฉันให้อยู่กับคนแปลกหน้าในต่างแดนแบบนี้ตามลำพังแน่ ฉันขอคุยโทรศัพท์กับเขาหน่อย” เธอขึ้นเสียงอย่างลืมตัวว่าตัวเองกำลังคุยกับใครอยู่

ในอามาซาจน์คนที่ได้รับตำแหน่งสูงๆ ทางการเมืองมักจะเป็นรัชทายาทหรือเชื้อพระวงศ์ทั้งสิ้น และที่นี่ปกครองในระบบสมมุติเทพ คือมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้ปกครองสูงสุด และอยู่เหนือกฎทั้งปวง เธออาจจะถูกลากออกไปตัดคอเสียบประจานได้ง่ายกว่าลิงปอกกล้วยซะอีก หากทำให้เขาขุ่นข้องหมองใจขึ้นมา

“ที่นี่ผมเป็นคนออกคำสั่งได้คนเดียว และตอนนี้ผมหมดอารมณ์จะคุยกับคุณแล้ว หวังว่าคุณจะหุบปากสวยๆ ของคุณไว้ และอยู่อย่างสงบเจอกันใหม่พรุ่งนี้” ชายหน้าโจรร่างยักษ์ทำหน้าปั้นปึ่งยืนขึ้นเดินออกไปทางประตูห้อง แซนด์รีบลุกขึ้นตามเขาเพื่อจะคุยกันให้รู้เรื่อง แต่ร่างกายของคนที่นอนป่วยไม่ได้สติมาสี่วันไม่เอื้ออำนวยสักนิด เธอล้มลงในก้าวที่สองแต่ก็คว้าแขนเสื้อเขาไว้ได้ทัน จนร่างสูงเสียหลักล้มลงมาทับเธอจนจุก

“คนเถื่อน!!! อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ… ในเมื่อขอคุณดีๆ คุณก็ให้ฉันมาสิ!!! มันหนักตุ้มคุณมากนักหรือไงกะอีแค่หยิบโทรศัพท์มือถือมาให้ฉันโทรเนี่ย??” หญิงสาวรวบรวมเสียงทั้งหมดพูดใส่หน้าเขา เมื่อแซนด์โมโห ต่อให้ช้างมายืนอยู่ตรงหน้าเธอก็มองว่ามันตัวเล็กเท่าเชื้อโรค

น้ำหนักตัวหลายสิบกิโลที่ทาบทับเธออยู่… ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกตัวสักนิดว่ามันอันตรายแค่ไหน วาจาก้าวร้าวของเธอกำลังพาทุกขลาภตัวใหญ่ยักษ์มาให้แบบไม่รู้ตัว

“ถ้าเธออยากได้มันเธอก็ต้องเอาตัวเธอมาแลก!!! แม่แมวน้อยในอามาซาจน์นอกจากท่านสุลต่านแล้ว ไม่มีใครบังอาจมาสั่งผมได้ อ้ออีกอย่างผมเปลี่ยนใจไม่อยากส่งคุณกลับประเทศแล้ว เขาว่าผู้หญิงไทยที่มาอามาซาจน์มักจะมาจับชีคหน้าโง่สักคน ผมจะเปิดโอกาสให้คุณเต็มที่เลยงานนี้” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมรอดไรฟันขาวสะอาดของเขาออกมา ก่อนที่ใบหน้าเถื่อนที่เธอกล่าวหาจะก้มลงมาพร้อมกับริมฝีปากกระด้าง....

ไม่มีใครที่หยามเกียรติ ชีค ซาร์ฟาราซ อับดุล ซาริฟ แล้วจะรอดชีวิตกลับไปได้!!!

ลิงค์ :
ผู้ตั้งหัวข้อ : Best book smile
ตัวอย่างนิยาย เล่ห์รักปีศาจทะเลทราย โดย Naughty Boy

ความเห็นที่ 230/01/2010เวลา 21:14
รายละเอียด : Chapter 2 สงครามพิศวาส



ชี คซาร์ฟาราซสบนัยน์ตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างอย่างตกใจ เขาทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงบนร่างบอบบาง จนเธอไม่อาจขยับตัวหนีเขาได้ แม่สาวไทยตัวน้อยปากเก่งมันน่าเฆี่ยนให้หลังลาย ชายหนุ่มกระแทกริมฝีปากรุ่มร้อนบนเรียวปากอ่อนนุ่มอย่างลงโทษ ใบหน้าเล็กพยายามพลิกหนี แต่ถูกรั้งไว้ด้วยนิ้วแข็งบีบคางเล็กไว้แน่นจนแทบแตก

แซนด์ อ่อนแอมากในตอนนี้ เธอไม่มีแรงจะตอบโต้อะไรเขาได้เลย แต่มันเหมือนการแก้ตัวเสียมากกว่า ร่างกายที่ต้องมนต์เสน่ห์ทางเพศเขาตั้งแต่รู้จักในความฝัน มันแผดเผาเส้นเลือดจนเดือดพล่าน มือที่ผลักไสเจ้าของเรือนร่างใหญ่ยักษ์ให้พ้นจากตัวเธอ กลับกลายเป็นวางไว้ที่แผ่นอกกว้าง มือสีน้ำตาลทองจับมือน้อยของเธอไปวางบนลอนหน้าท้องแกร่งผ่านผ้าไหมเนื้อบาง และบังคับให้เลื่อนต่ำลงไปอย่างเจ้าเล่ห์

เขา กำลังตักตวงความหวานนุ่มพึงใจจากปลายลิ้นของเธออย่างโหดร้าย ลงทัณฑ์ แต่กลับเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งดูดดื่มในเวลาต่อมา จนเธอยากจะปฏิเสธจูบแรกในชีวิตที่เขามอบให้ เธอเกือบสำลักจุมพิตของเขาเมื่อมือเรียวนิ่มพบกับความแข็งขึงดุนดัน แซนด์พยายามจะชักมือออกแต่เขายังแกล้งใช้มือเธอลูบไล้กล้ามเนื้อร้อน ผ่าวอย่างไม่ปรานี ราวกับเธอเป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริง

หญิง สาวกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ปรารถนาที่ไม่เคยรู้จัก จุมพิตจาบจ้วง วาบหวาม ยังคงดำเนินต่อไป จมูกโด่งซุกไซ้ลงมาที่ลำคอนุ่มหวาน ขบเม้มตอกย้ำสัมผัสแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เรือนร่างหวานนุ่มอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ แขนทั้งสองข้างถูกจับให้ยกขึ้นโอบรอบคอหนา และความแข็งขึงก็เข้ามาแทนที่ระหว่างต้นขาของเธอ กระโปรงผ้าเนื้อบางร่นขึ้นมาถึงขาอ่อนหนั่นแน่น และต้อนรับเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

“แยกขาออกรับผมสิคนสวย ใช่นั่นแหละร้องออกมาเพื่อผมฮาบิบที่”

ชี คซาร์ฟาราซ ส่งเสียงในลำคออย่างพึงใจ ขยับสะโพกหนักหน่วงเขาไม่พอใจกับความทรมานจากแรงเสียดสีผ่านบิกินี่เนื้อ นุ่ม แก่นกายเรียกร้องความร้อนผ่าวรัดรึงอย่างตะกละตะกราม ฝ่ามือหยาบสำรวจเรือนร่างงดงามเชื่องช้าผ่านผ้าเนื้อบางเบา ริมฝีปากสวยกัดทึ้งบนยอดอกเต่งตึงเสียงหวีดร้องเบาๆ ปลุกไฟอารมณ์ให้โชติช่วงลุกลาม

“ไม่คุณทำแบบนี้ไม่ได้” แม้ ในจิตใต้สำนึกปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับทรยศเบ่งบานรับทุกการกระทำจากนิ้วมือและปากเชี่ยวชาญ แซนด์สะอื้นน้อยๆ ขัดใจกับปลายนิ้วแข็งที่ลากผ่านด้านในต้นขาที่ร้อนราวนรก เธอเปียกชื้นเสียวซ่านไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำแบบนี้กับเธอ

นิ้ว มือเขาราวกับกระแสไฟอ่อนๆ ที่ทำให้หญิงสาวตัวชาไปทั้งตัว กระดุมเสื้อตัวยาวด้านหน้าถูกปลดลงมาเกือบครึ่ง ใบหูถูกขบเม้มหยอกล้อ... ร่างเล็กไหวสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ความอ่อนด้อยแพ้ชั้นเชิงของผู้ชายเถื่อนคนนี้ราบคาบ ร่างเล็กถูกพลิกขึ้นมาทาบทับเขาไว้ เสียงหอบหายใจกระชั้นของทั้งสองดังแข่งกัน และแก่นกายเขายังคงแข็งชันทิ่มแทงต้นขาขาวเนียนไร้ความเกรงใจ

“ผมไม่เคยได้ผู้หญิงบนพื้นพรม และคุณอาจจะเป็นคนแรก” น้ำ เสียงนุ่มแหบพร่าตามไฟพิศวาสที่ถูกจุดขึ้น ศีรษะเล็กซบนิ่งอยู่บนแผงอกฟังเสียงหัวใจเต้นถี่ของเขา ทั้งที่หัวใจของเธอก็เต้นแรงไม่แพ้กัน คำพูดเยาะหยันฉุดเธอขึ้นมาจากไฟพิศวาสที่ท่วมท้นอยู่ตอนนี้

“ไอ้คนฉวยโอกาส รังผู้หญิงไม่มีทางสู้ถ้ามันน่าภูมิใจนักก็ทำไปเลยสิ” เธอ ตะโกนใส่หน้าเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ผิดกับร่างกายที่สั่นสะท้านด้วยความโมโหเกิดมาไม่เคยมีใครทำกับเธอแบบนี้ เขามันหน้าตัวเมียฉวยโอกาสกับความไร้เดียงสาของเธอ

ชีคหนุ่มแสร้งมองใบหน้าคนป่วยนิดหนึ่ง แววตาฉ่ำเยิ้มกับใบหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธ ต่างจากใบหน้าของคนป่วยเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว เพิ่ง มีเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าด่าเขา ทั้งที่ต้นขายังสั่นระริก ทรวงอกยังคงชูชันจากปลายลิ้นของเขา มีรอยเปียกเป็นหย่อมๆ ดึงดูดลิ้นและฟันให้เข้าไปดูดดื่มกัดทึ้งมันอีกครั้ง ม้าพยศดูท้าทายน่าลิ้มลอง

“คุณ เรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้มันไม่สวยเท่าไหร่หรอกสาวน้อย ไม่เคยมีใครมาสั่งผมได้ ผู้หญิงอวดดีแบบคุณมันน่าจับเฆี่ยนให้หลังลาย ก็ดี!!! ผมชอบม้าพยศเวลาปราบได้แล้วมันภูมิใจ ผม ชักติดใจรสชาติของคุณซะแล้วสิ คิดว่าคุณต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักเดือนสองเดือน หรืออาจจะได้กลับเร็วกว่านั้นถ้าผมเบื่อม้าพยศเสียก่อน”

ถึงจะเป็นน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ แต่สายตาเอาเรื่องของเขาทำให้เธอเสียวสันหลังวูบ ลืมไปได้อย่างไรว่าที่นี่คืออามาซาจน์ ประเทศที่ยังคงความป่าเถื่อนไว้อย่างครบครัน พอๆ กับความงดงามของทะเลทรายที่เธอหลงใหล

ชาย หนุ่มลุกขึ้นช้าๆ ยกร่างในอ้อมแขนไปวางไว้บนเตียง ร่างเล็กนั่งพิงหมอนใบใหญ่ประจันหน้ากับเขา สายตาคมกริบไปตกอยู่ที่เนินเนื้อขาวผ่องที่แล่บออกมาจากรอยแยกของกระดุม เสื้อ มือเล็กรีบตะครุบสาบเสื้อให้เข้าหากันด้วยความอายระคนเจ็บใจ ใบหน้างดงามร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ ร่องรอยของความเกษมสันต์ยังคงเต็มเปี่ยมบนผิวเนื้อของเธอ

“คุณ ต้องปล่อยฉันไป ไม่งั้นต้องมีปัญหาด้านการทูตแน่ฉันเป็นลูกสาวเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศ อังกฤษ และถ้าข่าวการหายตัวของฉันแพร่ออกไป พ่อต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้เองแน่นอน” เธอขู่เขาและภาวนาให้มันได้ผล ซึ่งหากมองในความเป็นจริงแล้วเธอรู้ว่าเขาไม่คิดจะฟังมันด้วยซ้ำ

“ผมก็จะส่งเถ้ากระดูกกลับไปให้พ่อของคุณ เท่านั้นจบ” เขายื่นมือมาลูบแก้มที่ยังคงแดงอยู่ “และพ่อของคุณก็จะหัวใจสลายแม่แมวน้อย” รอย ยิ้มเหี้ยมเกรียมของเขาทำร้ายหัวใจของเธออย่างแรง เขาถือไพ่เหนือกว่าเธออย่างเห็นได้ชัด ผู้ชายคนนี้ไร้หัวใจเย็นชา เลือดเย็นได้อย่างน่ากลัว เธอเชื่อว่าเขาทำได้โหดร้ายมากกว่าที่พูดออกมาสิบเท่า

ทำไม เขาต้องมานั่งพูดแบบนี้ด้วย ร่างกายตึงเขม็งไปด้วยแรงปรารถนา อยากจะจับคนบนเตียงมาอยู่ใต้ร่างเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องสุขสมไม่ใช่ต้องทนปวดร้าวไปทั้งแก่นกาย

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ”

“มันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคุณ ว่าจะทำตัวน่ารักแค่ไหน”

“คุณ... คุณมัน!!!”

“อ๊ะๆๆ อย่าพูดอะไรออกมาแบบไม่คิด ผมเป็นคนโมโหร้ายมาก ถ้าคุณอยากจะเห็นก็ไม่ว่ากัน” ริม ฝีปากช้ำถูกกัดไว้แน่นเพื่อสะกดอารมณ์ร้ายๆ ของตัวเองไว้ เขาน่ากลัว ทรงอำนาจ ป่าเถื่อน แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงอย่างเธอจะยอมให้ไอ้โจรห้าร้อยเคี้ยวได้ง่ายๆ

“โอ เค ฉันจะทำตัวให้น่ารัก แต่ตอนนี้ฉันปวดหัวมากๆ เลยคุณช่วยออกไปก่อนได้ไหม คุณคงไม่ใจร้ายขนาดดึงดันจะให้ฉันเอาใจคุณตอนนี้หรอก ใช่ไหมคุณผู้เจริญแล้ว” ตอนท้ายเธอก็ยังอดเหน็บแนมเขาไม่ได้ ต้องถอยเพื่อตั้งรับหากมีสมองก็จงอย่างดึงดันเมื่อเห็นความพ่ายแพ้รออยู่

“สงบศึกแมวน้อย เดี๋ยวผมจะให้คนมาดูแลคุณ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

“ไม่ต้องเจอกันตลอดชาติฉันจะดีใจมาก” เธอพึมพำเป็นภาษาไทย

“อย่าพูดอะไรที่ผมไม่รู้เรื่อง”

“ฉันบอกว่าคุณมีเมตตามากค้า... ท่านชีค” ประกายตาคาดโทษส่งมาให้เธอ ก่อนที่ร่างใหญ่จะลุกขึ้นเคลื่อนตัวอย่างแผ่วเบาออกไป

ขอบคุณคุณพระและจะขอบพระคุณมากว่านี้หากเธอหลุดไปจากเงื้อมือของผู้ชายโฉดแบบชีคหนวดนั่นได้

“เฮ้อ...” แซนด์ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เวรกรรมของฉันหรือไอ้ชีคบ้านั่นก็จะได้รู้กันล่ะ รู้ฤทธิ์แม่น้อยไปซะแล้ว ไอ้ชีคโจรห้าแสน”

ร่าง เล็กล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เร่งคิดแผนที่จะมารับมือนายโจรร่างยักษ์ ไม่งั้นเธอต้องกลายเป็นเนื้อชิ้นหวานให้เขาเคี้ยวเล่นแก้เซ็งแน่ๆ แต่ด้วยความอ่อนเพลียเพราะพิษไข้ เธอจึงผลอยหลับไปอีกครั้ง

เวลา โพล้เพล้มีแต่ความเงียบสงัดขึ้นในคฤหาสน์เนลสัน พื้นที่กว่าสองร้อยไร่ในย่านใจกลางเมืองตึกสีขาวตกแต่งสไตล์วิคตอเรียนท่าม กลางหมู่แมกไม้สีเขียวร่มรื่น เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สระน้ำขนาดใหญ่ แต่กลับไร้ซึ่งชีวิตชีวาในวันนี้

ใน ห้องนั่งเล่นทีวีจอใหญ่เปิดแต่ภาพวีดีโอของสาวน้อยหน้าหวานท่ามกลางแสงแดด ร้อนระอุของทะเลทราย โบกมือไหวๆ ล้อเลียนพี่ชายที่อยู่หลังกล้อง มีเสียงร้องไห้ของคุณหญิงมัลลิกาที่กำลังซบอกสามีดังออกมาเป็นระยะบนโซฟายาว นุ่ม ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้แต่นั่งกุมขมับอย่างทุกข์ใจไม่ต่างกับมารดา....

แซนด์หายตัวไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่มีข่าวคราวใดๆ

ปฐวี กานต์ยังอยุ่ในชุดทำงานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแม่และพ่อ ปกติเขาจะไม่กลับมานอนที่คฤหาสน์นี้นอกเสียจากจะมีเหตุให้ต้องมาเพื่อหลบ เลี่ยงสบางอย่าง

“เอิร์ ทติดต่อทางสถานทูตอามาซาจน์ไม่ได้เลยหรือ พ่อว่ามันแปลกๆ แล้วนะ มันเหมือนจงใจไม่ให้ความร่วมมือเลย สงสัยพ่อต้องออกหนังสือด้วยตัวเองซะแล้ว”

“ผม ลองทุกวิถีทางแล้วครับ ปกติอามาซาจน์เป็นประเทศปิดฉะนั้นการไม่ให้ความร่วมมือแบบนี้ถือว่าเป็น เรื่องปกติไปเลย ตอนนี้ผมจ้างนักสืบไว้แล้วให้เดินทางไปสืบเรื่องน้องที่อามาซาจน์ อีกไม่นานน่าจะได้ข่าวเกี่ยวกับแซนด์บ้างนะครับ ที่นั่นผู้หญิงต่างชาติมักจะเป็นที่จับตามอง”

ชาย หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความอัดอั้นในอกตอนนี้บีบคั้น และกัดกร่อนกำลังใจในการตามหาน้องสาวที่รักของเขา พ่อเป็นห่วงแซนด์ไม่แพ้กัน ชายหนุ่มเกรงว่าบิดาจะล้มป่วยไปเสียก่อนด้วยวัยที่ใกล้จะเกษียณอายุในอีกสาม ปีข้างหน้า ยิ่งเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจแบบนี้ดูเหมือนสุขภาพท่านจะแย่ลงทุกที

“คุณทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ ใช้ตำแหน่งท่านทูตทำอะไรสักอย่างสิ หนูแซนด์ป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าจะป็นยังไงบ้าง ฮือๆๆ หนูแซนด์ของแม่”

“ผม ลองแล้วคุณ แต่ที่นั่นเป็นประเทศปิดที่เพิ่งเปิดไม่นานนี้ ไม่ได้หวาดเกรงหรือสนใจทางด้านการทูตสักเท่าไหร่เพราะเขามีทรัพยากรที่ผลิต เงินทองได้เป็นกอบเป็นกำ จนไม่ต้องง้อชาติอื่นมีแต่ประเทศอื่นมากกว่าที่ต้องการผลประโยชน์และอยากไป แสวงหาความมั่งคั่งจากอามาซาจน์” ท่านทูตบีบมือภรรยาเพื่อให้กำลังใจ

“พ่อ ต้องกลับอังกฤษพรุ่งนี้แล้วสินะครับ ปล่อยเรื่องนี้ให้ผมจัดการดีกว่า ผมรับรองว่าจะหาน้องให้พบจนได้ครับ แซนด์เป็นน้องผมรักมากที่สุด ผมจะไม่ปล่อยให้น้องลำบากคนเดียวแน่นอน” ลูกชายเอ่ยคำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“พ่อรู้ถ้าต้องการขาดเหลืออะไรก็บอกพ่อจะลองติดต่อจากทางโน้นมาเรื่อยๆ ถ้ามีข่าวแซนด์คืบหน้าอะไรลูกต้องรีบบอกรู้ไหมเอิร์ท”

“ครับพ่อ ผมว่าเราไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าครับ คุณแม่ต้องทานหน่อยเดี๋ยวจะเป็นอะไรขึ้นมาพ่อกับผมจะแย่เอา” ลูกชายสุดหล่อเดินข้ามไปหามารดา นั่งข้างๆ และโอบกอดผู้ให้กำเนิดทั้งคู่เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน

“เอิร์ทอย่าทิ้งน้องนะ ต้องหาน้องให้เจอรู้ไหม ถ้าไม่ได้เจอแซนด์อีกแม่คงนอนตายตาไม่หลับ” คุณหญิงมัลลิกา หันกลับไปกอดตอบลูกชายด้วยใบหน้าหมองเศร้า

“ครับผมสัญญาว่าจะพาแซนด์กลับมาให้แม่กอดแน่นๆ แบบนี้ให้ได้ แต่คุณแม่ต้องไปทานข้าวก่อนแล้วล่ะครับ รักษาสุขภาพด้วย”

“ลูกก็เหมือนกันอย่าบ้างานให้มากนัก” เอิร์ทกอดมารดาแน่นขึ้น ก่อนจะพยุงร่างผอมบางของท่านให้ลุกขึ้นเดินไปยังห้องอาหาร

ความ หวังเลือนรางเหลือเกินสำหรับโอกาสที่จะได้เจอน้องสาวอีกครั้ง แต่ไม่ว่ามันจะริบหรี่แค่ไหนชายหนุ่มก็จะไม่ละความพยายามเด็ดขาด หากขาดหัวใจตัวเองไปแล้วเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร??

ยาม เย็นแสงสีส้มของพระอาทิตย์ดวงโตฉายสาดส่องไปทั่วพระราชวังทามิมที่ตั้งอยู่ ฝั่งตะวันออกของเมืองหลวงมาเยดะห์ พระราชวังสีทองที่โดดเด่น และงดงามไม่ได้น้อยหน้ากว่าพระราชวังฟาดิลที่อยู่ทิศตรงข้ามกัน แสงสะท้อนจากยอดโดมสีทองอร่ามยิ่งทำให้เหมือนทั้งวังฉาบไปด้วยทอง อากาศภายในจะเย็นกว่าด้านนอกวังเพราะต้นไม้ใหญ่ที่ถูกดูแลอย่างดีและ เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาใช้กับวังเก่าแก่แห่งนี้

“ท่านหญิงเซไลน่าคะป่านนี้เธออาจจะยังไม่ตื่น เพราะเพิ่งฟื้นไข้อย่าเข้าไปดีกว่ามั้งคะ” ไอ ริณสาวใช้เดินตามสาวสวยรูปร่างเพรียวในชุดผ้าแพรสีม่วงอ่อนงดงามประดับประดา ด้วยเครื่องทองสูงค่า เรือนผมสีชาพริ้วไหวไปตามจังหวะการเยื้องย่าง หาได้ถูกพันธนาการไว้ภายใต้ผ้าคลุมแต่อย่างใด

“ไม่เป็นไรถ้าผู้หญิงคนนั้นยังหลับอยู่ฉันก็จะไม่ไปกวนหรอก” น้ำ เสียงอ่อนหวานเอ่ยบอกคนที่จ้ำตามเธอมาติดๆ เธอเดินผ่านสวนดอกไม้ก่อนที่จะถึงประตูทางเข้าฮาเร็มเก่าแก่ที่ถูกปิดตายมา นานจนถึงเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

เสียง ประตูเรียกความสนใจจากหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มข้างตั่งไม้สัก แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง แซนด์วางแก้วชามะลิหอมลงที่ตั่งไม้สักมองผู้มาเยือนด้วยความประหลาดใจ

“ไฮ้... ฉันเซไลน่า เป็นคู่หมั้นของชีคซาร์ฟาราซ เธอดีขึ้นหรือยัง อุ๊ยตาย!! เธอสวยกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก” ใบหน้ายิ้มละไมส่งผลให้แซนด์ต้องยิ้มตอบกลับไป ด้านหลังเซไลน่ามีไอริณทำหน้าตื่นๆ เหมือนกำลังตกใจอะไรบางอย่าง

“ไอริณออกไปก่อน ฉันอยากคุยกันตามลำพังโดยที่ไม่มีหูคนอื่นมาฟังด้วย” ไอริณจำใจพยักหน้านิดหนึ่ง ก่อนที่จะเดินหันหลังออกไปนอกห้อง

คำว่าคู่หมั้นทำให้แซนด์รู้สึกหน้าชา ไอ้ชีคโจรมีคู่หมั้นแล้วแต่ก็ยังมาลวนลามเธออีก เขาเป็นชีคบ้ากามอย่างแท้จริง เธอยกมือขึ้นถูริมฝีปากอย่างรังเกียจ อุตส่าห์แปรงฟันแล้วไอ้ความรู้สึกบ้าๆ ก็ยังไม่จางหายไปอีก

“เชิญนั่งก่อนสิคะหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ” ไม่ อยากจะเชื่อว่าชีคป่าเถื่อนจะมีคู่หมั้นที่งดงามแล้วก็ดูอ่อนหวานเช่นนี้ ร่างระหงเดินมานั่งที่ฝั่งตรงข้ามด้วยกิริยาเรียบร้อย แซนด์รินน้ำชามะลิหอมให้ผู้มาเยือน เซไลน่าจิบพอเป็นพิธีก่อนจะเงยหน้ายิ้มหวานให้กับแซนด์

“ต้องขอโทษด้วยที่ฉันมารบกวนเธอ แต่ ฉันอยากเห็นหน้าสาวที่พี่ซาร์ฟาพามามากเลย เชื่อไหมว่าฮาเร็มแห่งนี้ไม่ได้เปิดใช้มาเกือบสามสิบปีแล้วนับตั้งแต่ท่าน ปู่สิ้นไป ทำให้มีแต่คนอยากเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนแรกที่ได้เข้ามาเป็นผู้หญิงในฮาเร็ม แห่งนี้” น้ำเสียงกระตือรือร้นของเซไลน่าราวกับว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีเสียเต็มประดาที่แซนด์ได้เข้ามาอยู่ในฮาเร็มแห่งนี้

ผิด กับผู้ที่เพิ่งรู้ฐานะของตนเอง ร่างบอบบางกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้าควันกรุ่นออกหูด้วยความโกรธ ไอ้หมอนั่นเอาเธอมาอยู่ในฮาเร็มงั้นรึ?? มันน่าฆ่านัก

“ฮาเร็ม!! เมื่อกี้คุณพูดว่าฮาเร็มฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม?? นรกสิ อุ๊ย!! เสียใจค่ะ คือฉันเอ่อ... เอาเป็นว่าฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ และคงต้องคุยกับชีคซาร์ฟาราซด่วนมาก” ร่างเล็กทำท่าจะลุกขึ้น แต่ถูกมือเย็นๆ ของเซไลน่าจับไว้เสียก่อน

“อ้าว ทำไมอย่างนั้นล่ะ ไม่มีใครหรอกนะที่ไม่อยากเป็นผู้หญิงของพี่ซาร์ฟาน่ะ ทั้งที่มีผู้หญิงเกือบทั้งอามาซาจน์ อยากรับใช้พี่ซาร์ฟาทั้งนั้นแต่ไม่มีใครได้รับเกียรตินั่นสักคน เธอน่าจะดีใจสิถึงจะถูก” คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากัน ประกายตาจ้องมองมาที่แซนด์ราวกับเธอเป็นสัตว์ประหลาด

“ฉัน เข้าใจค่ะว่าที่อามาซาจน์นี่จะถือให้ผู้ชายเป็นใหญ่ แต่ทีประเทศของฉันไม่ใช่ โลกภายนอกไม่มีฮาเร็ม ไม่มีการกดขี่ทางเพศอย่างที่นี่ และฉันไม่ได้นึกพิศวาสชีคคู่หมั้นของคุณแม้แต่ปลายเล็บ ฉะนั้นคุณโล่งใจได้เลยว่าคู่หมั้นคุณจะบริสุทธิ์ผุดผ่องจนถึงวันแต่งงานของ พวกคุณ ต้องขอโทษที่แสดงความเห็นบางอย่างเหมือนดูถูกประเทศของคุณ ฉันแค่ต้องการอธิบายเท่านั้น”

แซนด์ทำใบหน้าจริงจังสร้างความน่าเชื่อถือ และหวังว่าคุณคู่หมั้นจะคาบข่าวนี้ไปบอกชีคบ้ากามนั่นด้วย

“ว้า ว... เซอร์ไพรส์นะเนี่ยฉันไม่คิดว่าจะได้ยินผู้หญิงคนไหนบอกว่าไม่สนใจพี่ซาร์ฟา สักคน ฉันก็หวังว่าพี่ซาร์ฟาจะฟังคำพูดของเธอนะ อ้อ... เกือบลืมเลยฉันเอาของเล็กๆ น้อยๆ มาให้... เก็บไว้นะถือซะว่าเป็นของขวัญในโอกาสที่เราพบกันครั้งแรก”

เซไลน่ายื่นถุงผ้าสีทองฝีมือประณีตมาให้ แซนด์แกะห่อผ้าอย่างระวังก่อนจะทำตาโตนิดๆ อย่างตกใจแล้วส่ายหน้าจนผมหยักสลวยพริ้วไปมา

“คืนค่ะ... ฉันคงรับของมีค่าขนาดนี้จากคุณไม่ได้” เธอยื่นถุงผ้าคืนไปให้ผู้เป็นเจ้าของแต่กลับถูกปฏิเสธ

“รับไปเถิดค่ะไม่งั้นฉันจะคิดว่าคุณไม่อยากจะเป็นเพื่อนของฉัน” เซไลน่าทำสีหน้าจริงๆ แซนด์จำใจต้องรับกำไลทองคำขาวลายเถาวัลย์ฝีมือละเอียดฝังเพชรสีชมพูรูปหัวใจถือไว้ในมือ “ต้องขอตัวก่อนนะคะจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว พี่ซาร์ฟาต้องตามหาฉันแน่ๆ”

คู่หมั้นของชีคโจรเดินออกไปแล้ว แซนด์จ้องกำไลในมือเธอกลอกตาไปมา เดินเอากำไลไปเก็บไว้ที่ตู้เล็กข้างเตียง

“ทำไมรู้สึกเหมือนรับของโจรเลยนะไอ้แซนด์”



เซ ไลน่าเดินกลับมาทางสวนดอกไม้ที่เป็นทางผ่านเชื่อมกับวังทามิม ดอกกล้วยไม้หลากสีห้อยระย้าตามทางเดือนทั้งสองข้าง เธอหยุดชะงักนิดหนึ่งแล้วกวาดกระถางกล้วยไม้บนชั้นวางหล่นลงมาที่พื้นแตก เสียหายกระจัดกระจายไปทั่วทามงเดิน

“แกก็ต้องแหลกแบบนี้เหมือนกันนังแพศยา!! อยากเสนอหน้ามาหาพี่ซาร์ฟาดีนัก” ใช้ ปลายเท้าขยี้ดอกกล้วยไม้สีหวานที่พื้นด้วยปลายเท้าจนแหลกไม่มีชิ้นดี เดินเหยียบดอกกล้วยไม้ไปตลอดทางด้วยเพลิงริษยาที่ครองงำเธอจนหน้ามืดตาบอด

ใน ห้องประชุมของกระทรวงกลาโหม อยู่ในปีกตึกด้านซ้ายของตึกห้าชั้น ทาด้วยสีขาวตลอดทั้งตึกดูน่าเกรงขามกับความใหญ่โตโออ่า มีทหารคอยเฝ้ารักษาการณ์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และกองทหารในสังกัดที่พร้อมทำสงครามทุกวินาที

ดอกไม้สีสันงดงามหลายแจกันที่ประดับอยู่ในห้องประชุมไม่ช่วยให้กระแสแห่งความตึงเครียดหายไป หลายวาระผ่านไปอย่างกดดัน การประชุมถูกจัดขึ้นทุกวันจันทร์ พวกเขาต้องใช้ทั้งมันสมองและไหวพริบแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา

“หน่วย ข่าวกรองส่งความเคลื่อนไหวของพวกกบฏมาแล้ว ตอนนี้พวกมันเริ่มซ่องสุมกำลังและซื้อหาอาวุธหนักผมคิดว่าตอนนี้น่าจะเข้า จับกุมพวกมันได้แล้วครับท่านชีค” ทหารยศสูงราวสิบคนอยู่ในห้องประชุม หลายหัวข้อเกี่ยวกับความมั่นคงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขและป้องกันให้ประเทศอยู่อย่างสงบสุข

“ยัง... รอก่อนตราบใดที่ยังไม่ได้รายชื่อพวกมันจนครบ จะต้องไม่มีการแหวกหญ้าให้งูตื่น” เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ทุกคนทราบดี

“แต่ผมเกรงว่าพวกมันจะมีกำลังมากถ้าถึงเวลานั้น” ผู้สูงวัยกว่านายทหารคนแรกเอ่ยขึ้นขัดเขา

“ใครเป็นคนขายอาวุธให้พวกมัน” ร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม เรือนร่างผึ่งผาย

“กลุ่มเทอาร์ครับ” จาลิลที่นั่งอยู่ข้างเขาเป็นคนตอบ

“กวดล้างซะ!!! คง จะยืดเวลาให้พวกหน่วยข่าวกรองอีกระยะหนึ่ง สั่งไปภายในสองอาทิตย์นี้ต้องได้รายชื่อพวกมันทั้งหมด ไม่อย่างนั้นพวกมันอาจจะถูกถล่มไปพร้อมกับพวกกบฏ” ทุกคนในห้องประชุมนิ่งขึงกับความเด็ดขาดโหดเหี้ยมของเขา

กิตติศัพท์ เรื่องความโหดร้ายของเขาเป็นที่เลื่องลือพอๆ กับการใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าถุงยางอนามัยของเขา อำนาจที่สามารถสั่งเป็นสั่งตายให้ใครก็ได้ในอามาซาจน์ช่างหอมหวาน มีพวกสิ้นคิดหลายคนพยายามจะขึ้นมาแย่งชิงกับเขา แต่ก็ต้องมีอันเป็นไปทุกรายก่อนที่จะได้ชัยชนะ และอำนาจ เงินทอง มันก็มาพร้อมกับผู้หญิงที่พร้อมจะพลีกายถวายชีวิตได้เพียงแค่ได้นอนกับเขา เพราะหวังว่าจะได้ทั้งเงินและอำนาจจากบารมีของเขาเช่นกัน

“เลิกประชุม” ไม่ มีใครกล้าจะเงยหน้าสบตาเขาด้วยซ้ำ วันนี้เป็นวันทีเหนื่อยและเคร่งเครียดมาทั้งวัน แต่ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้า เขากลับมีของขวัญเล็กๆ ให้กับตัวเอง ชีคหนุ่มลุกขึ้นจากห้องประชุมตามด้วยองครักษ์คู่ใจเป็นคนสุดท้าย

“จาลิลให้พวกที่วังเตรียมทุกอย่างไว้แล้วใช่ไหม” ซาร์ฟาหันไปถามจาลิลที่เดินตามหลังมา

“ครับท่านชีค ผมสั่งไว้เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง” ผู้ติดตามรูปงามก้มหัวลงนิดหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพแด่เขา

จา ลิลมองชีคหนุ่มด้วยสายตาเทิดทูนบูชา เขาเป็นทั้งเจ้านาย เพื่อนสนิทและญาติที่เขาเหลืออยู่เพียงคนเดียว จากเด็กเร่ร่อนที่ถูกทอดทิ้งอยู่ด้านหลังเผ่าเบดูอินเพียงเพราะเขาเป็นลูก ของทาส จึงถูกผู้หญิงใจร้ายที่เป็นภรรยาคนที่หนึ่งของพ่อเขากลั่นแกล้งให้ถูกทิ้ง อยู่ท่ามกลาง ภยันตรายแห่งผืนทรายที่ร้อนระอุ

แต่ พระอัลลาห์ไม่ทอดทิ้งเขา มือเล็กๆ ที่ส่งมาท่ามกลางเปลวแดดร้อนราวนรก จาลิลในวัยห้าขวบถูกชีคซาร์ฟาราซที่ตอนนั้นอายุแค่แปดปี นำเขากลับไปวังทามิมรักษาและเลี้ยงดูดุจเขาเป็นน้องชายสายเลือดเดียวกัน ด้วยระลึกถึงบุญคุณเขาจึงไม่กล้าที่จะทำตัวตีเสมอ ปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าชีคซาร์ฟาราซคือเจ้าของชีวิตของเขา ที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง

รอย ยิ้มหมายมาดจุดขึ้นที่มุมปาก ของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าปรารถนาตัวการทำให้เขานอนไม่หลับทั้งอาทิตย์ ขนาดแค่ทดลองยังทำให้เครื่องเขาร้อนฉ่าได้ขนาดนั้น วันนี้ของจริงสงสัยต้องเตรียมน้ำไว้ดับเพลิงบนเตียงเสียแล้วกระมัง

“ดี... รีบกลับวังกันเถอะจาลิล”

“โอ๊ยจะขัดให้ฉันหนังหลุดเลยหรือ เบาๆ หน่อยเซ้” แซนด์ ส่งเสียงร้องเป็นภาษาไทยดังลั่นห้อง เพราะเธอรู้ดีว่าถึงเธอจะบ่นเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่มีใครรู้เรื่องอยู่ดี นอกจากไอริณแล้วไม่มีสาวใช้คนไหนพูดภาษาอังกฤษได้สักคน ราวกับเป็นการจงใจไม่ให้เธอสื่อสารกับคนอื่นได้

เธอ อยู่ที่นี่มาได้อาทิตย์กว่าๆ จนหายไข้ และนับตั้งแต่วันที่ชีคซาร์ฟาราซมาเยือนที่ฮาเร็มแห่งนี้ หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย นับว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง แซนด์สงสัยว่าข่าวที่เธอปล่อยไปคงจะถึงหูเขาแล้ว หลังจากหายไข้แซนด์พยายามหาทางติดต่อกลับทางบ้าน

แต่ ดูเหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือจากใครเลย ไม่มีทั้งโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต หรือตู้ไปรษณีย์ แถมเธอยังถูกตามทุกฝีก้าวราวกับเป็นอาญชญากรระดับชาติ เวรกรรมป่านนี้ที่บ้านคงห่วงเธอกันแย่แล้ว

แต่ช่างเหอะ… มา สนใจตอนนี้ดีกว่า เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมารับบทถูกมะรุมมะตุ้มขัดสีฉวีวรรณแบบนี้ พอตกเย็นเธอก็ถูกบรรดาสาวใช้ทั้งหลาย จับลงในสระอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้องของเธอเอง ทั้งที่ปกติเธอจะเข้าไปอาบน้ำในห้องเล็กอีกห้องหนึ่งมากกว่า เธอไม่ยอมให้แม่พวกสาวใช้เปลื้องผ้าจนหมดเลยเหลือเสื้อทับตัวบางกับชั้นใน ปิดร่างที่แดงไปทั้งตัวด้วยความอาย น้ำที่ใช้อาบหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นดอกไม้ที่เธอเคยใช้ตอนอยู่ที่บ้านในเมือง ไทย และตอนนี้เธอกำลังคิดถึงบ้านจับใจ

พอ เสร็จขั้นตอนการอาบน้ำก็ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเสื้อ ผ้าได้หรือเปล่า ชุดที่เหมือนกับใส่บิกินี่สีขาวแล้วทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อบางมีประกายระยับ ราวกับทอด้วยทอง ใบหน้าถูกแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เล็กน้อยรวมถึงผมที่หยักโศกน้อยๆ ก็ถูกแต่งให้เข้าทรงสวยงาม เหมือนกำลังจะถูกส่งตัว......

“นี่ฉันคงเดาผิดใช่ไหม ไม่ใช่มันต้องไม่ใช่แน่ๆ” แซนด์หันซ้ายหันขวาด้วยท่าทีลุกลน มองตามก้นแม่สาวทั้งสามคนที่เพิ่งมาฟัดเธอแล้วจากไป “หวังว่านี่มันคงไม่ใช่แบบที่ฉันคิดนะ”

โชค ดีได้หนีหายจากเธอไปแล้ว ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีสำรับอาหารมากมายพร้อมกับตั่งไม้หลังใหญ่ตั้งไว้กลาง ห้อง มิหนำซ้ำไฟในห้องยังถูกดับลงและแทนที่ด้วยแสงเทียนตั้งตามจุดต่างๆ ดูโรแมนติก แต่...

“ฉันไม่ต้องการ ยกออกไปให้หมดเลยนะไอ้ของพวกเนี๊ยะ แล้วก็ออกไปเล้ย!!! ออกไปเดี๋ยวนี้!!!” แซนด์ตะเบ็งเสียงดัง ไอริณที่กำลังเดินเข้ามารีบตรงดิ่งมาที่เธอทันที

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะมิสแซนด์”

“เอาของพวกนี้ออกไปให้หมดไอริณ พวกเธอจะทำอะไรกันห้องนี้ไม่ต้อนรับใครทั้งนั้นแม้แต่ชีคซาฟาร์ราซ” แซนด์โมโหจนควันออกหู ไอ้ชีคบ้านั่นนึกว่าตัวเองเป็นใครถึงได้คิดจะทำน่าเกลียดกับเธอ ทรามจริงๆ

“ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของวังทามิม ถึงได้มีสิทธิ์ออกคำสั่งกับคนของผม” ร่าง ของแซนด์แข็งทื่อขึ้นทันทีเมื่อถูกนัยน์ตาสีดำดุจสัตว์ร้ายจ้องเหยื่อของมัน โลมเลียไปทั่วเรือนร่างงดงามไร้ที่ติ จนเธอสะท้านเยือกกับสายตาหิวกระหายกำลังจ้องเธออย่างไร้มารยาท

ชี คหนุ่มเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ชุดสีครีมปักดิ้นทองเสริมให้เขาดูสว่างไสวน่ามองท่ามกลางแสงเทียนสลัว แต่ใบหน้าโจรอย่างนี้ไม่ทำให้สาวไทยใจอ่อนได้หรอก ร่างสูงใหญ่มายืนตรงหน้าข่มหญิงสาวให้ดูตัวเล็กลงกว่าเดิม กลิ่นหอมของน้ำยาโกนหนวดและสบูโชยมาจากเรือนร่างแข็งแกร่งดังหินผา

“สวย..” แค่ คำคำเดียวของเขา กลับทำให้เธอหน้าแดงแบบห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะความอายแต่เป็นเพราะไอ้ชุดสุดวาบหวิวนี่ต่างหาก เธอแทบไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำเพราะกลัวไอ้บิกีนี่ท่อนบนตัวเล็กจะหลุดลงมา แล้วไอ้สายตาที่จ้องเป๋งมา มันทำให้เธอแทบจะมุดลงทะเลทรายลงไปเลย

ร่าง เล็กรีบถอยกรูดออกมาจากไออุ่นของฝ่ายตรงข้าม มายืนลี้ภัยกอดอกไว้แน่น อีกมุมหนึ่งข้างเตียงนอนใหญ่ใบหน้าเชิดขึ้นนิดหนึ่งอย่างถือดี

“ถ้า ข่าวที่ฉันฝากไปยังไม่ถึงหูคุณฉันก็อยากประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ฉันไม่สนใจคุณแม้แต่นิดเดียว อ้ออีกอย่างที่ลืมบอกไป ฉัน.. มี.. คน.. รัก.. แล้ว.. และเราก็กำลังจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ และหวังว่าท่านชีคผู้ยิ่งใหญ่คงจะไม่คิดที่จะแย่งคนรักของใครหรอกจริงไหมคะ”

คำพูดของเธอส่งผลให้ร่างสูงชะงักงัน

“มีคนรักแล้วงั้นหรือ” ปลายเสียงสูงด้วยคำถาม พร้อมกับใบหน้าฉงนฉงาย ทำไมเขาไม่เคยได้ข่าวนี้

“ใช่!!! มี แล้วเรารักกันมากด้วย คุณคงไม่หน้าทนพอจะแย่งคนรักของคนอื่นใช่ไหม ไม่ไร้อารยธรรมจนไม่รู้จักศีลธรรม ผิดชอบชั่วดี บังคับข่มเหงคนที่ไม่เต็มใจให้นอนด้วยหรอก” ลำ คอเธอแห้งผาก ความกดดันล้อมรอบตัวเธอ บีบรัดไว้จนเกือบหายใจไม่ออก สมองระดมสติปัญญาที่มีคิดหาแผนการให้หลุดพ้นจากเงื้อมือของผู้ชายเปี่ยม เสน่ห์ตรงหน้าไปให้ได้ มิฉะนั้นเธอได้กลายเป็นของเล่นชั่วคราวของเขาแน่นอน

ชี คซาร์ฟาราซไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดคนตรงหน้า เขากำลังสำรวจเรือนร่างบอบบางด้วยนัยน์ตาคมกริบ เหมือนจะทะลุถึงผิวเนื้อขาวนวล เพียงแค่สองก้าวขายาวก็พาไปถึงตัวสาวสวยในชุดเขย่าหัวใจ เลือดในกายกำลังเดือดพล่านเพราะเธอ แม่สาวไทยตัวน้อย

“งั้น หรือ... ไม่เป็นไรผมต้องการแค่ตัวคุณ คู่รักของคุณไม่ได้อยู่ในลิสต์อยู่แล้ว มานี่สิผมหิวจนเกือบจะหน้ามืดถ้าไม่ได้กินอะไรเดี๋ยวนี้” จากน้ำเสียงและกิริยาของเขา ทำให้เธอรู้ว่าไอ้อาการหน้ามืดนี่ไม่ได้มาจากความอยากอาหารแน่นอน…

“อ๊าย!! คุณๆๆ มัน” แขน ใหญ่ทรงพลังออกแรงเพียงนิดก็ลากร่างอรชรไปตามใจอย่างง่ายดาย เขานั่งขัดสมาธิลงบนที่รองนั่งแล้วรั้งร่างหญิงสาวมากองไว้ที่ตักของตัวเอง ตัวเธอเหลือเล็กนิดเดียวบนตักเขา

“คุณต้องปรนนิบัติผมทำเป็นไหม?? แค่ป้อนแบบนี้” นิ้ว ของเขาหยิบเนื้อแกะอบน้ำผึ้งชิ้นเล็กป้อนใส่ปากเธอทันควัน แซนด์จำต้องรับไว้ในปากและเคี้ยวตุ้ยๆ ไปมองหน้ามหาโจรของเขาไป มันช่างไม่เจริญอาหารเอาซะเลย ทั้งที่วันนี้อาหารเลิศรสกว่าทุกวันด้วยซ้ำ

“ฉันจะไม่ทำอะไรให้คุณทั้งสิ้น มีมือมีเท้าก็หยิบกินเองเซ่ พิการแขนขาด้วนหรือไงฮึ... ถึงทำอะไรไม่เป็น”

“คุณต้องทำตามคำสั่งผมเดี๋ยวนี้!!!” ชีวิตนี้เขาคงทำเป็นแต่ออกคำสั่งกับชาวบ้าน

ใบหน้าแข็งกร้าวเพิ่มความน่ากลัวให้เขาสิบเท่า เขากำลังโมโหมากเสียด้วย ไม่เคยมีใครกล้ามาต่อล้อต่อเถียง ชีคซาร์ฟาราซ อับดุล ซาริฟ แม้ กระทั่งผู้ชายที่เป็นอาชญากรโดยสันดานก็ยังต้องยอมศิโรราบให้เมื่อเห็นใบ หน้าเขาตอนนี้ แต่ผู้หญิงไทยตัวเท่าลูกแมวอย่างเธอไม่มีทีท่าเกรงกลัวสักนิด

“ไม่!!!” ตั้งแต่ เกิดมาไม่เคยมีใครมาบังคับ ขู่ตะคอกใส่เธอเหมือนชีคบ้านี่สักคน แล้วเขาจะมาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร เธอจ้องใบหน้าที่รกไปด้วยหนวดเคราอย่างอาฆาต เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างดื้อดึงอยากเอาชนะ

เธอเคยฝันถึงผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้ได้ยังไงกัน มันเป็นตราบาปด้านมืดของฝันร้ายสุดๆ ของเธอ

“ป้อน..” ชาย หนุ่มจับแก้วไวน์ใส่มือเล็ก ที่จริงเขาน่าจะได้มีความสุขกับเรือนร่างเนียนนุ่มของเธอ ไม่ใช่ต้องมาอดทนกับความดื้อด้านของผู้หญิงคนนี้

ซ่า…

ไวน์ แดงถูกสาดไปบนใบหน้าของชีคซาร์ฟาราซ ไหลหยดลงมาเป็นทางตั้งแต่ดวงตาที่ส่งประกายดุดันมาที่เธอ จมูกโด่งเป็นสัน ลงมาถึงริมฝีปากกระด้าง หนวดเคราเปียกเป็นหย่อมๆ ดูตลกแต่ก็หัวเราะไม่ออก ก่อนที่จะไหลย้อยลงมาเปื้อนเสื้อสีครีมจนเป็นรอยด่างสีแดง มือใหญ่ยกขึ้นลูบไวน์ออกจากใบหน้า แซนด์เห็นเปลวเพลิงลุกโชนในดวงตาสีนิลคู่นั้น

เธอยิ้มเยาะอย่างสะใจ ถ้าที่นี่ไม่เคยมีใครสั่งสอนเขา เธอนี่แหละจะจัดการเอง

“โอ๊ย!!”

แซนด์ ถูกเหวี่ยงลงจากตักเขาทันที ราวกับเธอเป็นถ่านไฟร้อน ร่างเล็กกลิ้งหลุนๆ ไปชนตู้ไม้ที่วางไว้ติดผนังจนจุกแอ้ก ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ส่งเสียงดุดันไปทางหน้าประตูที่ปิดสนิท โดยใช้ภาษาอังกฤษสั่งคนภายนอกอย่างจงใจให้คนในห้องรับรู้

“ไปเอาแส้มาเดี๋ยวนี้จาลิล!!!”

แส้!! ดวง ตากลมโตจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยความตกใจ ร่างเล็กถอยร่นไม่เป็นกระบวนจนสาบเสื้อทั้งสองข้างแยกย้ายกันไปคนละทาง อวดผิวเนื้อขาวนวลและช่วงขาเรียวยาว เนินอกอวบสั่นไหวจากจังหวะหายใจเข้าออก คนมองหัวใจกระตุกอย่างช่วยไม่ได้

“คน ป่าเถื่อน ฉันรู้แล้วว่าทำไมประเทศนี้ถึงได้เป็นประเทศปิดมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะมีรัฐมนตรีบ้าอำนาจอย่างคุณไงล่ะ ต่อให้โลกเจริญไปถึงดาวอังคาร แต่คุณก็ยังเป็นไอ้มนุษย์ยุคหินที่ดีแต่ใช้กำลังกับคนอ่อนแอกว่า เอาสิอยากจะเฆี่ยนจะตีฉันก็เชิญ จะฟาดให้ตายคาห้องนี่เลยก็ได้ มันยังดีกว่าต้องเป็นนางบำเรอของผู้ชายบ้ากาม ป่าเถื่อนน่าขยะแขยงอย่างคุณ” แซนด์ หอบหายใจแรงอย่างโกรธจัด สองมือกำแน่นเหมือนอยากจะต่อยใครสักคน ถ้าเธอตัวสูงกว่านี้อีกสักนิด ตัวใหญ่อีกสักหน่อย เธอได้ชกหน้าชีคบ้าอำนาจสมใจแน่ๆ

ชีคซาร์ฟาราซรู้สึกอยากฆ่าคนที่บอกเขาว่าผู้หญิงไทยนิสัยเรียบร้อย น่ารัก หัวอ่อนว่าง่ายที่สุด หรือแม่สาวนี่จะอยู่ในข่ายยกเว้น

สอง มือแข็งแรงบีบต้นแขนเล็กเต็มแรง ยกร่างบอบบางให้ยืนขึ้นประจันหน้ากับเขา ใบหน้าสวยเหยเกเพราะความเจ็บบริเวณที่เขาบีบไว้ ร่างเล็กดิ้นรนเต็มแรงทั้งถีบกัด ฟาดมือเปะปะไปมาเพื่อเอาตัวรอด

แต่แล้วเธอก็ถูกโยนลงไปบนเตียงอย่างแรง เจ็บรวดร้าวที่หลังไปหมด เวลาเดียวกับที่จาลิลเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับแส้สีดำสนิทขดม้วนในมือ

“ไปตามผู้หญิงที่อยู่แถวนี้มาให้หมด” เขาสั่งคนสนิทพร้อมกับรับแส้มาแล้วโยนทิ้งไปอีกทางอย่างไม่ใยดี ครึ่งนาทีถัดมาผู้หญิงราวสิบกว่าคนก็ทยอยเดินเข้ามาในห้องกว้าง

“เปิดไฟ... จาลิลหันหลังไปมองดูพวกนี้ห้ามให้ใครหลับตาเด็ดขาด และคุณในเมื่อขยะแขยงผมนักหนา ผมก็จะสนองให้คุณสัมผัสมันได้อย่างเต็มที่” ชีคหนุ่มรีบถอดเสื้อผ้าตัวเองอย่างรวดเร็วจนเหลือแค่กางเกงขายาวสีครีมเนื้อบาง ผู้หญิงที่อยู่ในห้องบางคนถึงกับอุทานออกมา เหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตาที่ได้เห็นภาพเรือนร่างสีทองแข็งแกร่งงดงามสมชายชาตรี ของผู้เป็นเจ้านาย

แซนด์ เริ่มรู้ถึงชะตากรรมแสนเลวร้ายของตัวเอง ร่างอรชรรีบตะเกียกตะกายหนีลงจากเตียงอีกด้านหนึ่ง แต่ชายหนุ่มเร็วกว่ามือใหญ่คว้าเอวคอดกิ่วไว้ได้ทันท่วงที กระชากเสื้อคลุมเนื้อโปร่งบางให้พ้นจากเรือนร่างบอบบาง จัดการโยนเธอลงไปบนเตียงอีกรอบ ก่อนจะโถมร่างหนาหนักลงไปทาบทับกักขังเธอด้วยกำแพงเลือดเนื้อไม่ให้หนีไปไหน ได้อีก

ไอ้ ชีคเฮงซวยนี่กำลังจะข่มขืนเธอต่อหน้าผู้คน ลงโทษให้เธอเจ็บปวดอับอายที่สุดในชีวิต แซนด์ยอมจะถูกเฆี่ยนด้วยแส้จนตายดีกว่าที่จะถูกเหยียบย่ำเช่นนี้

“ไอ้คนสารเลว หน้าตัวเมียรังแกผู้หญิง โจรชั่ว อุ๊บ” ฝีปาก จัดจ้านถูกปิดลงด้วยเรียวปากกระด้าง กระแทกลงมาอย่างแรงจนเธอเจ็บ กำปั้นน้อยๆ ทุบผิวเนื้อสีทองให้หนักที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็ถูกรวบไว้ด้วยมือหยาบเพียงข้างเดียว มือว่างอีกข้างตะโบมบีบเคล้นไปทั่วผิวเนื้อขาวเนียน ทุกครั้งที่เขาสัมผัสผิวบอบบางก็จะเกิดรอยแดงช้ำไปทุกที่ ร่างเล็กไม่สามารถหยุดอาการสั่นสะท้านของตัวเองได้

เนิน อกอวบอิ่มละลานตาถูกขบกัดด้วยฟันขาววับ มีรอยฟันเป็นจ้ำๆ ตั้งแต่ลำคอเรื่อยลงมาถึงปลายยอดอดที่ห่อหุ้มด้วยผ้าชิ้นเล็กบางแนบตัวราว ผิวหนังชั้นที่สอง

“กรี๊ด!!! คนเลว” แซนด์กรีดร้องเพราะความเจ็บปวดที่พุ่งแล่นมาจากยอดอก น้ำตาแทบร่วง

ความ หวาดกลัวสุดขีดกำลังกัดกินเธอช้าๆ แซนด์หอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างยากเย็น น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ที่ไอ้ผู้ชายชั่วคนนี้ต้องไม่มีวันได้เห็น ผิวเนื้อแทบจะแหลกเหลวด้วยน้ำมือของโจรชั่วในคราบผู้สูงศักดิ์เยี่ยงเขา

ชี คซาร์ฟาราซ ตักตวงความหอมหวานจากเธอด้วยบทลงโทษที่ไม่คิดจะทำกับผู้หญิงคนไหน เขามองผิวอ่อนที่แดงขึ้นทันตาเห็นจากน้ำมือของเขาเอง มือหยาบกระด้างลูบไล้เนินอกที่กำลังโผล่พ้นเสื้อตัวเล็กจ้อยออกมาในไม่ช้า ซุกไซ้ต้นคอหอมกรุ่น กัดใบหูเล็กแรงๆ แกล้งให้เธอเจ็บ จากแค่สัมผัสด้วยมือกลายเป็นริมฝีปาก และฟันที่ขบกัดแทบทุกตารางนิ้ว เมื่อมาถึงบริเวณเสื้อตัวน้อยเขาก็จัดการสลัดมันออก เสพความงดงามด้วยนัยน์ตาคมกริบวาววับ ก่อนที่จะก้มลงดูดดื่มลิ้มรสความหอมหวานจากทรวงอกเต่งตึง ฝ่ามือเลื่อนไปที่หน้าท้องแบนราบลูบไล้ผ่านผ้าเนื้อบาง

ความ เจ็บระบมกำลังถูกแทรกแซงด้วยความวาบหวาม เสียวซ่านจนปลายเท้างอเกร็งเพื่อสกัดกั้นความรู้สึกนี้ไว้... เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากเรียวปากอิ่มสวย แต่แล้วเหมือนถูกฉุดให้ตกนรกลงมาอีกครั้ง เมื่อถูกฟันแข็งแรงขบกัดอย่างไม่ปรานี

“กรี๊ดด... ปล่อยฉัน!! คน เลวไร้หัวใจอย่างคุณจะต้องถูกกรรมตามสนองเข้าสักวัน ฉันสาบานว่าจะจองเวรจองกรรมคุณไปทุกชาติ คุณข่มขืนฉันได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้ฉันจะเหลือแต่ซากศพไว้ให้คุณดูต่างหน้า” เสียงเธอสั่นเครือราวกับคนร้องไห้ คางมนถูกเชยขึ้นให้สบนัยน์ตาสีรัตติกาลของเขา

แวว ตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยไฟพิศวาสกำลังสะกดเธอไว้ มือเล็กที่ถูกพันธนาการได้รับการปลดปล่อย เรียวปากกระด้างกดลงมาเสาะหาความหวานจากเธออีกครั้ง แทนที่เธอจะผลักไสเขา แต่มือเล็กกลับวางทาบไว้ที่แผงอกกว้างกำยำ จุมพิตเร่าร้อนหอมหวานมอมเมาให้เคลิบเคลิ้ม เธอยังด้อยประสบการณ์นักจะมาเทียบนักรักผู้เชี่ยวชาญเช่นเขาได้อย่างไร

แซนด์ แอ่นร่างรับสัมผัสจากปลายนิ้วแข็งยาว ต้อนรับความจาบจ้วงของเขา ความเป็นหญิงเบ่งบานชุมฉ่ำโอบรัดนิ้วเขาแนบแน่น จะเป็นเช่นไรหากสิ่งที่สอดเข้าไปเปลี่ยนเป็น....

“แค่นี้คุณก็จะร้องหาผมทุกค่ำคืน... แม่แมวน้อย”






ลิงค์ :
ผู้ตั้งหัวข้อ : Best book smile
ตัวอย่างนิยาย เล่ห์รักปีศาจทะเลทราย โดย Naughty Boy


  • 1

แสดงความคิดเห็น

 
รายละเอียด : *
 
  แทรกลิงค์ URL แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
ชื่อของคุณ : *
รหัสผ่าน : เจ้าของร้าน สมาชิก
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 80 Kb)
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
อีเมลล์ของคุณ : *
Validation Code :

*
  หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง